วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560

วิธีจัดการ 4 กลิ่นเหม็นอับติดแอร์

วิธีจัดการ 4 กลิ่นเหม็นอับติดแอร์ 
         ลมร้อนมาเยือนไทยเราอย่างเป็นทางการแล้ว สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่า Wi-Fi คือ ลมเย็นๆจากเครื่องปรับอากาศ แต่ยิ่งเปิด ทำไมยิ่งมีกลิ่นอับ มาจัดการกันที่ 4 สาเหตุของกลิ่นอับให้ตรงจุด แล้วเปิดแอร์ครั้งหน้า รับรองว่าไม่มีกลิ่นเหม็นอับติดแอร์


1. กลิ่นอับ จาก ความชื้น
       
การเปิดเครื่องปรับอากาศนานๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมง และ สับสวิตช์ปิดโดยทันที จะทำให้ความชื้นขังอยู่ในเครื่องปรับอากาศ โดยปกติแล้ว เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบไล่ความชื้นออกจากเครื่องเมื่อปิดการใช้งาน เพียงแต่ต้องใช้เวลาให้เครื่องได้ไล่ความชื้นออกเสียก่อน แล้วเราจึงค่อยสับสวิตช์ และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ จะมีฟังก์ชั่น Dry Mode ให้เลือกจาก รีโมท ซึ่งจะช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานโดยไม่สร้างความชื้น ช่วยลดแบคทีเรีย และ เชื้อราในเครื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นอับได้
        นอกจากนี้ การล้างแอร์ จะสามารถช่วยไล่กลิ่นอับจากความชื้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากการล้างแอร์ด้วยช่างแอร์ทุกๆ 3 – 4 เดือนแล้ว เรายังสามารถล้างแอร์เบื้องต้นได้ด้วยตัวเราเองเช่นกัน เพียงเปิดฝาครอบแอร์ด้านหน้า และนำตะแกรงกรองฝุ่นมาล้างทำความสะอาด จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งสนิท ก่อนนำไปใส่ให้เข้าที่ก่อนเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศค่ะ

2. กลิ่นเหม็นเปรี้ยว
        
กรณีนี้มักเกิดขึ้นในเคสเครื่องปรับอากาศที่มีอายุการใช้งานมาหลายปี มีสาเหตุมาจากความชื้นที่ตกค้างอยู่ในท่อน้ำทิ้งที่มีความยาวเกินไปในแอร์คอนดิชั่นเนอร์และทำมุมคดเคี้ยวทำให้มีน้ำขังหลงเหลืออยู่ จนเกิดจุลินทรีย์หมักหมมกลายเป็นเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ทางแก้คือต้องพึ่งช่างแอร์ โดยการล้างแอร์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา และ กการใช้งานแอร์ประมาณ 7 วันเพื่อให้ภายในเครื่องแห้งสนิท เป็นการขจัดกลิ่นที่ตรงจุดมากที่สุด


3. กลิ่นอาหาร
        
การเข้าครัวทำกับข้าว ภายในบ้าน ภายในคอนโด ถึงแม้จะอยู่คนละห้อง แต่ก็มักจะเกิดปัญหากลิ่นอาหารติดค้างอยู่ในแอร์ ซึ่งหนทางที่จะช่วยลดปัญหานี้ได้คือ การระบายอากาศที่ดี เพื่อระบายกลิ่นอาหารออกไปจากภายในบ้านได้มากที่สุด ดังนี้
ติดตั้งระบบระบายอากาศและเครื่องดูดควันภายในห้องครัว โดยเปิดเครื่องดูดควันทิ้งไว้สักประมาณ 10 นาที ล่วงหน้า ก่อน และ หลังทำอาหาร
ขณะทำอาหารควรปิดประตูห้องข้างเคียงให้สนิทเพื่อป้องกันกลิ่นอาหารเข้าไปตกค้าง
ขณะทำอาหารไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ เพราะแอร์จะดูดกลิ่นอาหารเข้าไปในเครื่อง
พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องใช้น้ำมันในการปรุงเพราะน้ำมันเป็นตัวการที่ทำให้กลิ่นฝังติดและซึมเข้าผนัง
หลังทำอาหารเรียบร้อยทุกครั้ง ให้เช็ดทำความสะอาดห้องครัวด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น เพื่อขจัดคราบและกลิ่นตกค้างที่เครื่องปรับอากาศอาจจะดูดเข้าไปในเครื่องได้




4. กลิ่นบุหรี่ กลิ่นควัน
         
ต่อให้สูบบุหรี่กันนอกบ้าน หรือ นอกห้อง แต่กลิ่นบุหรี่ก็ยังติดตัว หรือ ลอยเข้ามาปะปนในบ้านอยู่ดี ซึ่งกลิ่นบุหรี่มักสะสมและฝังลึกอยู่ในแผ่นกรองอากาศจึงควรหมั่นถอดแผ่นกรองอากาศออกมาล้างทำความสะอาดอยู่เสมอ ด้วยแปรงสีฟันซี่เล็กๆที่สามารถซอกซอนทำความสะอาดได้ทั่วถึง จากนั้นผึ่งลมให้แห้งสนิท แล้วจึงนำกลับไปใส่ในตำแหน่งเดิม 
          หากหลังจากการล้างแผ่นกรองอากาศแล้วยังมีกลิ่นบุหรี่หลงเหลืออยู่บ้าง ก็ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะกลิ่นบุหรี่จะค่อยๆ จางหายไปเอง



หวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้หน้าร้อนของเรา อยู่เย็นเป็นสุข กันอย่างลงตัวในบ้านแสนสุขของเรามากขึ้น


cr: 
decor.mthai.com





ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com
 

วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560

ตำแหน่งติดเครื่องปรับอากาศให้เย็นฉ่ำ และประหยัดค่าไฟ

ตำแหน่งติดเครื่องปรับอากาศให้เย็นฉ่ำ และประหยัดค่าไฟ

1. ตำแหน่งแฟนคอยล์ ยูนิต
       สำหรับห้องรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการติดแอร์ คือ ติดตั้งแอร์ทางด้านใดด้านหนึ่งของแนวนอน หรือ แนวขวางตามยาว ไม่ควรติดไว้ที่กลางห้องเพราะลมเย็นจะไม่ทั่วถึงทั้งห้อง หากประตูห้องอยู่ด้านแนวนอน แนะนำให้ติดแอร์ทิศตรงข้ามกับประตู
     ตำแหน่งที่ห้ามติดตั้งแอร์เด็ดขาด คือ ตำแหน่งเหนือประตู เพราะ จะทำให้ความเย็นออกไปนอกห้องได้ง่าย ทำให้ภายในห้องไม่เย็น อีกทั้งการเปิด – ปิด ประตูบ่อยๆ ทำให้อุณหภูมิไม่คงที่ ระบบเซ็นเซอร์ของเครื่องปรับอากาศจะทำงานหนัก ส่งผลให้แอร์ทำงานหนักไปด้วย นอกจากห้องจะไม่เย็นแล้ว ยังเปลืองไฟ เปลืองค่าไฟโดยใช้เหตุอีกด้วยค่ะ
คำแนะนำ สำหรับห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความยาวมากๆ สามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานด้วยการใช้ฉากกั้นห้อง หรือ ม่านกั้นแอร์ เพื่อเก็บความเย็นเฉพาะพื้นที่ที่ต้องใช้งานเฉพาะจุด ช่วยแบ่งเบาการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้ หรือ อีกวิธีการหนึ่ง คือ ติดแอร์ที่มี BTU ต่ำๆ 2 เครื่อง ใน 2 ตำแหน่งที่แตกต่างกัน เป็นการกระจายความเย็นให้ทั่วถึงทั้งห้องได้ หรือ อาจจะใช้วิธีติดตั้งฉากกั้นร่วมด้วยก็ยังได้ค่ะ
* ไม่แนะนำให้ติดแอร์ที่มี BTU สูงๆ เพราะอาจใช้งานไม่คุ้มค่า หากจำนวนคนในห้องมีน้อย เพราะจะเปลืองไฟ มากกว่า จะให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน

สำหรับห้องเพดานสูงเกินกว่า 2.5 เมตร ขึ้นไป ไม่ควรติดแอร์แบบติดผนัง แต่เหมาะจะติดแอร์แบบแขวนมากกว่า เพราะจะให้ลมเย็นกระจายได้ทั่วห้องมากกว่า แบบติดผนัง เพราะแอร์แบบติดผนัง จะเป่าแอร์ลงข้างล่าง แต่ไม่ถึงด้านบน  และสำหรับห้องนอน ไม่ควรติดตั้งแอร์ไว้เหนือหัวเตียง เพราะลมจะปะทะตัวโดยตรง ทำให้เย็นเกินไป ไม่สบายตัว ควรติดตั้งแอร์ในแนวตั้งฉากกับหัวเตียง จะช่วยให้เย็นสบาย เหมาะแก่การหลับพักผ่อนมากกว่าค่ะ


2. ตำแหน่งติดตั้ง คอนเดนซิ่งยูนิต
- บริเวณที่สามารถระบายความร้อนได้สะดวก
- ควรเว้นระยะห่างจากกำแพงถึงด้านหลังเครื่องไม่น้อยกว่า 10 ซม. และเว้นระยะด้านหน้าเครื่องไม่น้อยกว่า 70 ซม.
- ไม่โดนฝนสาดได้ง่าย
- บริเวณไม่ถูกแสงแดดส่องโดยตรงตลอดเวลา
- บริเวณที่สามารถปล่อยให้เสียงและลมร้อนระบายออกมาได้โดยไม่รบกวนบริเวณข้างเคียง
- ตำแหน่งติดตั้งควรมีโครงสร้างแข็งแรงหรือใกล้คานหรือเสาเพื่อรับน้ำหนักตัวเครื่องได้ดี
- ตัวเครื่องควรยกระดับให้พ้นจากพื้นดินอย่างน้อย 10 เซนติเมตร หรือพ้นจากระดับที่น้ำท่วมถึง และในบริเวณที่สามารถซ่อมบำรุงได้ง่าย
- หลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีโอกาสติดไฟ เนื่องจากน้ำยาแอร์เป็นแก๊สชนิดหนึ่งที่สามารถติดไฟได้ง่ายถ้ารั่ว
- หลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีกรดซัลไฟด์ เช่นบริเวณท่อระบายน้ำทิ้ง เพราะสารทำความเย็นจะเกิดปฏิกิริยากับกรดซัลไฟด์ ทำให้เกิดแก๊สมีพิษต่อร่างกายเมื่อสูดดม
- ตำแหน่งที่ไม่กีดขวางทางเดิน

cr:
decor.mthai.com
daikin.co.th
 
ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com