วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561

8 สิ่งควรทำ! เมื่อคิดแต่งห้องเพื่อ ผู้สูงอายุ ให้อยู่สบายและปลอดภัย


8 สิ่งควรทำ! เมื่อคิดแต่งห้องเพื่อ ผู้สูงอายุ ให้อยู่สบายและปลอดภัย

ผู้สูงอายุ รถเข็น ราวจับ วัยเกษียณ ห้องครัว ห้องน้ำ เฟอร์นิเจอร์ แต่งห้อง แบบคอนโด แปลนห้อง 
บ้านพักคนชราไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เมื่อเทรนด์สังคมไทยเริ่มเปลี่ยน จากข้อมูลที่มีการคาดการณ์ว่า ปัจจุบันมีจำนวน ผู้สูงอายุ 11.2 ล้านคน หรือประมาณ 17.1% และคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีคือ 2565 จะมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 13.6 ล้านคนหรือประมาณ 20.6% ซึ่งถือว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราจะเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยสำหรับวัยเกษียณอย่างไร ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและไม่เหงา ลองมาดูไอเดีย และสไตล์การตกแต่งที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ จากเมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เพื่อนำไปปรับใช้ดูแลผู้ใหญ่ในครอบครัวของเราให้มีคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยมากขึ้นกันค่ะ
1.ความฝืดของพื้น
หากเป็นพื้นไม้ ก็ไม่ควรจะขัดให้มันวาว เพราะเสี่ยงต่อการลื่นล้ม ปัจจุบันมีน้ำยาลดความวาวและความลื่นใช้ได้ทั้งแบบฉีดและทาตามวิธีการใช้งานข้างภาชนะบรรจุ หากต้องการปูพื้นด้วยกระเบื้องก็ควรเลือกปูกระเบื้องชนิดที่กันลื่นได้ อย่าง กระเบื้องยางเกรด R9 ขึ้นไป หากเป็นพื้นที่เปียกเสี่ยงต่อการลื่นล้มได้ง่าย ก็ควรเลือก กระเบื้องยางเกรด R 12 สำหรับพื้นที่เปียกอย่างห้องน้ำ ห้องครัว แต่หากต้องการปูพรมก็ควรติดขอบหรือมุมของพรมให้แน่น ไม่นูนหรือเผยอขึ้นมาอันจะทำให้สะดุดล้มได้
ติดตั้งราวจับ
ติดตั้งราวจับ

2.ติดตั้งราวจับ
ควรต้องติดราวจับในระดับ 80 – 90 เซนติเมตร ตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงโถส้วมหรือจุดอาบน้ำ เพื่อให้ยึดจับแทนการไปจับอุปกรณ์สุขภัณฑ์ต่างๆ เช่น อ่างล้างหน้า ราวแขนผ้า ที่ใส่สบู่ หรือโถส้วม เพราะสุขภัณฑ์เหล่านี้อาจหลุดออกมาและเป็นอันตรายได้ โดยตัวราวจับและสกรูยึดติดผนัง ก็ควรที่จะต้องรับน้ำหนักเหนี่ยวตัวลุกยืนได้สูงเช่นกัน
พื้น
3. เลี่ยงพื้นต่างระดับ
ควรทำทางลาดควบคู่กันไปในทุกตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนระดับ ความลาดชันของทางลาดต้องไม่เกิน 1 : 12 หมายความว่า หากพื้นต่างระดับ 1 เมตร ต้องมีทางลาดยาว 12 เมตร เป็นต้น เพราะร่างกายผู้สูงอายุไม่อำนวยต่อการยกเท้าเดิน หรือ กะจังหวะย่างเท้าให้พอดีได้อย่างคนรุ่นหนุ่มสาว
เฟอร์นิเจอร์
เฟอร์นิเจอร์
4.ความสูงของเฟอร์นิเจอร์
ผู้สูงอายุบางท่านอาจจะจำเป็นต้องใช้รถเข็นในบางกรณี ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์อย่าง โต๊ะ ก็ต้องลดระดับลงมาจากความสูงของโต๊ะปกติเล็กน้อย หน้าโต๊ะควรสูงประมาณ 75 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่ใต้โต๊ะควรมีความสูงไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร ไม่ควรมีลิ้นชัก และมีความลึกมากกว่า 40 เซนติเมตร เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเข็นรถเข้าไปใช้งานได้สะดวกนั่นเอง ส่วนเตียงนอนควรสูงประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อให้พอดีกับสรีระ การลุก – นั่ง ที่พอดีต่อการใช้งาน
ระบบสัญญาณเตือน
5.สิ่งอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย
ยุคก่อนมักใช้กระดิ่ง หรือ กริ่งออด ติดตั้งตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน อย่าง ตามหัวเตียง ห้องน้ำ หากแต่ในยุคเทคโนโลยี 4.0 นี้ ก็มีระบบแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่สามารถเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนรองรับการใช้งานให้ง่ายดายสะดวกสบายขึ้น โดยอาจเป็นเพียงสายรัดข้อมือที่จะส่งระบบคำเตือนไปยังผู้ดูแลเมื่อมีสัญญาณว่า ผู้สูงอายุอาจล้ม หรือ ได้รับอุบัติเหตุได้ เพื่อการเข้ามาดูแลปฐมพยาบาลได้ทันถ่วงที
แสงสว่าง
แสงสว่าง
6. แสงสว่างที่ไม่จ้าเกินไป
ผู้สูงอายุมักไม่ชอบแสงสว่างที่จ้าเกินไป เพราะผู้สูงอายุนั้นจะมีสายตาที่ตอบรับกับแสงสว่างช้ากว่าคนหนุ่มสาว ดังนั้นควรตกแต่งห้องให้ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติให้มากที่สุด และติดตั้งหลอดไฟที่มีแสงนวลตา อย่างแสงสีส้ม หรือ สีโทนเหลือง เพื่อถนอมสายตาผู้สูงอายุ เป็นต้น
บานประตู
บานประตู
7. ขนาดประตูที่กว้างกว่าปกติ
สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ บานประตูต้องกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร เพื่อให้รถเข็นหรือเตียงเข็นเข้า – ออกได้สะดวก
8. ปุ่มสวิตช์ไฟขนาดใหญ่
ปุ่มสวิตช์ไฟควรมีขนาดใหญ่เพื่อให้เห็นง่ายชัดเจน และควรอยู่ใกล้ๆ กัน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน


แปลนห้อง
แปลนห้อง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น ขนาด 63 – 66 ตร.ม. ของโครงการ Jin Wellbeing County

และเนื่องจากโครงการนี้สร้างขึ้นเพื่อรองรับ ผู้สูงอายุ วัยเกษียณ เป็นหลัก ดังนั้น ด้านการออกแบบอาคาร การตกแต่งภายใน รวมไปถึงการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมของที่นี่จึงคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นอันดับแรก  แต่อย่างไรก็ดี นอกจากการดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยทางด้านกายภาพให้มีความเป็นอยู่ที่ดีแล้ว การดูแลทางด้านสุขภาพจิตใจให้ดีตามก็เป็นสิ่งสำคัญ การได้เข้าสังคม พบปะเพื่อนฝูง มีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้ทำ จะทำให้ผู้สูงอายุวัยเกษียณเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง รู้สึกตนเองมีคุณค่า มีความหมาย และห่างไกลจากภาวะซึมเศร้าได้ด้วยเช่นกันค่ะ
สถานที่ถ่ายทำ : ห้องตัวอย่างโครงการ Jin Wellbeing County

cr: mthai.com

ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com

วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560

5 อีเว้นท์เพื่อคนรักบ้าน รวมของดี ลดราคา เดือนธันวาคม 2560

ข่าวเกี่ยวกับบ้าน

         รวมงานอีเว้นท์ดี ๆ สำหรับคนรักบ้านและเหล่านักช้อป เพราะมีที่โปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับบ้านและคอนโด อีกทั้งยังคับคั่งไปด้วยข้าวของใช้ในบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน ของแต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ลดราคาเพียบ
 
          ใกล้จะเริ่มต้นปีใหม่กันแล้ว ใครที่อยากหาบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม ทาวเฮ้าส์หลังใหม่ ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุน รวมถึงยังมองหาข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ของแต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ลดราคา ต้องไม่พลาดเหล่างานอีเว้นท์ที่กระปุกดอทคอมได้รวบรวมมาฝากกันในวันนี้ เพราะบอกได้เลยว่ามีงานของลดราคาตลอดทั้งเดือน เอาเป็นว่าจะมีงานไหน จัดเมื่อไหร่ และจัดที่ใดบ้าง มาดูแล้วไปช้อปส่งท้ายปีกันเลย

ข่าวเกี่ยวกับบ้าน
ภาพจาก ottobysci

1. Plastic ware Sale by OTTO

          ใครที่กำลังมองหาข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ของฝาก หรือของขวัญปีใหม่ ไม่ควรพลาดมหกรรมลดล้างสต็อก Plastic ware Sale by OTTO ด้วยประการทั้งปวง เพราะงานนี้เขาจัดหนักจัดเต็ม ขนสินค้าพลาสติกเกรด A มาลดราคามากถึง 50% ระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน-12 ธันวาคม 2560 ณ บริษัท สยามชัยเจริญอุตสาหกรรม จำกัด ซอยจอมทอง 3 เขตจอมทอง

ข่าวเกี่ยวกับบ้าน
ภาพจาก thailandexhibition

2. Home in Style 2017


          งานที่รวบรวมบ้านและคอนโดคุณภาพดี ทำเลเด่น จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยมาให้ทุกคนได้จับจองเป็นเจ้าของทั้งเพื่ออยู่อาศัยและลงทุน โดยภายในงานจะมีข้อเสนอสุดพิเศษให้มากมาย ซึ่งสามารถเข้าร่วมงานได้ตามวันที่ดังนี้

          - Home in Style 2017 @Pinklao Ep.3 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-4 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า

          - Home in Style 2017 @Mega Bangna Ep.4 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-6 ธันวาคม 2560 ณ เมกา บางนา

          - Home in Style 2017 @Central Rama9 ระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 9

ข่าวเกี่ยวกับบ้าน
ภาพจาก srithaisuperware

3. มหกรรมสินค้าซุปเปอร์แวร์ ลด 30-80%

          มหกรรมสินค้าซุปเปอร์แวร์ ลด 30-80% โดย บมจ. ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ เป็นอีกหนึ่งงานลดราคาข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่คุณไม่ควรพลาด เพราะภายในงานจะมีสินค้าซุปเปอร์แวร์ทั้งเมลามีนและพลาสติก ซึ่งเหลือจากการส่งออกมาให้ทุกคนช้อปในราคาถูกได้อย่างเต็มที่ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2560 ณ บริเวณโรงงาน ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ (สุขสวัสดิ์ 36) เขตราษฎร์บูรณะ


4. มหกรรมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุน 2017 

          มหกรรมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุน 2017 หรือthailand property best buy EXPO 2017  เป็นงานที่รวบรวมอสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุนจากทั่วประเทศมาไว้ในภายในงานเดียว รวมถึงยังมีสัมมนาและกิจกรรมสันทนาการฟรี ตลอดจนมีกิจกรรมให้ร่วมประมูลทรัพย์ราคาพิเศษหลากหลายโครงการเลยด้วย งานนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจจะลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ระหว่างวันที่ 2-4 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์

ข่าวเกี่ยวกับบ้าน
ภาพจาก IKEA

5. IKEA Year-End Sale

          มหกรรมลดราคาสินค้าจาก IKEA ห้างเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้างจากสวีเดน ที่ยกทัพสินค้ายอดนิยมกว่า 627 รายการมาให้คนรักบ้านได้ช้อปกันในราคาสบายกระเป๋า ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างก็ไปพบกันได้ในระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม-7 มกราคม 2560 ณ อิเกีย เมกาบางนา และอิเกีย ภูเก็ต

ข่าวเกี่ยวกับบ้าน

5. Home & Design @ MEGA Bangna

          เพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่ งาน Home & Design จึงได้จัดงานรวบรวมของใช้และของตกแต่งบ้านหลากหลายดีไซน์ ในราคาถูก มาเอาใจคนรักบ้านและเหล่านักช้อปที่ต้องการจะซื้อเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้ตัวเองและให้คนอื่นโดยเฉพาะ บอกเลยว่าไม่ไปพลาดมาก เพราะนอกจากจะมีสินค้าให้เลือกซื้ออย่างจุใจแล้ว คุณยังจะพบกับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย  โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2560-3 มกราคม 2561 ณ บริเวณ Homepro Walkway ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกาบางนา
 
          มีงานเกี่ยวกับบ้านให้เลือกชม เลือกช้อปมากมายขนาดนี้ ใครชอบแบบไหน สะดวกที่ใด ก็ไปช้อปเพลิน ๆ ส่งท้ายปีกันได้ตามสะดวกเลยนะคะ
 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thailandexhibition, ottobysci, srithaisuperware, เฟซบุ๊ก มหกรรมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุน, Thailand Property Best Buy Expo 2017 และ เฟซบุ๊ก JT Organizer ออกบูธพื้นที่โปรโมชั่น
 
cr: kapook.com
 
 
ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com
 
 

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

9 ไม้มงคล สำหรับใช้ในพิธี ยกเสาเอก สร้างบ้าน สร้างศาลพระภูมิ

9 ไม้มงคล สำหรับใช้ในพิธี ยกเสาเอก สร้างบ้าน สร้างศาลพระภูมิ 

ต้นไม้ ต้นไม้มงคล ยกเสาเอก สร้างบ้าน สร้างศาลพระภูมิ ไม้มงคล

ตามความเชื่อของชาวไทยที่สืบต่อกันมา เรื่องของขวัญกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะทำการใดในชีวิตก็ตาม ต้องมีธรรมเนียมพิธีการเอาฤกษ์เอาชัยก่อน เพื่อนำความเป็นสิริมงคลมาสู่ชีวิต เช่นเดียวกันกับ การปลูกบ้านปลูกเรือน เป็นที่พำนักพักพิง อยู่อาศัย ต้องมีการทำพิธีมงคลก่อนสร้างบ้าน หรือ สร้างศาลพระภูมิ  ด้วยการ ยกเสาเอก ก่อนจึงจะสร้างบ้านได้ เพื่อให้คนในบ้านอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยในพิธียกเสาเอกนี้ จะใช้ไม้มงคล 9 ชนิด ปักกับพื้นดิน ซึ่งต้นไม้ทั้ง 9 มีชื่อเป็นมงคลนาม ดังนี้
ต้นราชพฤกษ์
1. ไม้ราชพฤกษ์ (อาคเนย์) หมายถึง ความเป็นใหญ่และมีอำนาจวาสนา  เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำชาติไทย
คนโบราณเชื่อว่าควรปลูกต้นราชพฤกษ์ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่อยู่อาศัย เพื่อเสริมอำนาจ วาสนา ช่วยให้มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ซึ่งความเป็นจริงคือทิศดังกล่าวจะได้รับแดดจัดตลอดช่วงบ่าย จึงควรปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ลดความร้อนและทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น
นอกจากนี้มีความเชื่อว่า ใบของต้นราชพฤกษ์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะในพิธีทางไสยศาสตร์ให้ใบทำน้ำพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ได้ผลดีดังนั้นจึงถือว่าต้นราชพฤกษ์เป็นไม้มงคลนาม
ต้นขนุน
2. ไม้ขนุน (เหนือ) หมายถึง หนุนให้ดีขึ้นร่ำรวยขึ้น ทำอะไรจะมีผู้ให้การเกื้อหนุน
ต้นชัยพฤกษ์
3. ไม้ชัยพฤกษ์ (ตะวันออก) หมายถึง การมีโชคชัย ชัยชนะ
ต้นปาริชาติ
4. ไม้ทองหลาง (ศูนย์กลาง) หมายถึง การมีเงินมีทอง
ไผ่สีสุก
5. ไม้ไผ่สีสุก (พายัพ) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หมายถึง มีความสุข
ต้นทรงบาดาล
6. ไม้ทรงบาดาล (อิสาน) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หมายถึง ความมั่นคง หรือทำให้บ้านมั่นคงแข็งแรง
ต้นสัก
7. ไม้สัก (ทักษิณ) ทิศใต้ หมายถึง  ความมีศักดิ์ศรี ความมีเกียรติ
ต้นพะยูง
8. ไม้พะยูง (หรดี) ทิศตะวันตกเฉียงใต้ หมายถึง การพยุงฐานะให้ดีขึ้น
ต้นกันเกรา
9. ไม้กันเกรา (ปัจฉิม) ทิศตะวันตก หมายถึง ป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ตำเสา ซึ่งอาจหมายถึง ทำให้เสาเรือนมั่นคง
ปัจจุบัน นอกจากจะใช้ปักดินในพิธียกเสาเอกแล้ว ยังนิยมปลูกในสวนของบ้านที่มีบริเวณกว้าง เพื่อเสริมมงคล ให้กับผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน ตามทิศที่ได้กล่าวมาด้วยค่ะ  ส่วนรายละเอียดในพิธียกเสาเอกนั้นต้องเตรียมอะไร และมีขั้นตอนการประกอบพิธีอย่างไรบ้าง Decor.MThai จะมาบอกรายละเอียดอีกครั้งในคอนเทนต์หน้านะคะ ^ ^
cr: decor.mthai.com



ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com


 

วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ไอเดียการจัดสวนเพิ่มธรรมชาติให้บ้าน

ไอเดียการจัดสวนเพิ่มธรรมชาติให้บ้าน



ในบทความนี้ ได้มาเพื่อคนรักบ้านโดยเฉพาะ จะมาบอกถึงไอเดีย  ที่เราสามารถเอาไปจัดบ้าน และสวนได้ วันนี้แอดมินมีไอเดียดีๆเกี่ยวกับการจัดสวนหย่อมมาให้ได้ชมกันค่ะ เพื่อเป็นการกระตุ้นไอเดียและนำไปต่อยอดสำหรับการจัดสวนหย่อมในแบบฉบับของคุณเอง
การจัดสวนหย่อม เป็นการจัดสวนขนาดเล็กๆ ใช้พื้นที่ในการจัดไม่มาก โดยจัดเป็นจุดๆ ในบริเวณต่างๆ ของบ้านได้  ไม่ว่าจะเป็น สวนหน้าบ้าน มุมตัวบ้าน มุมต้นไม้ใหญ่ บริเวณมุมใดมุมหนึ่งของสนามหญ้า หรือหน้าบ้าน กลางบ้าน หรือบริเวณทางเดิน ที่พอสามารถจัดได้ทั้งบนพื้นที่ราบ ลาดเอียง หรือเนินก็ได้  เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงาม และความร่มรื่นน่าอยู่ให้กับบ้านของคุณยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทรับจัดสวนเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะในตัวเมืองใหญ่ๆที่หาพื้นที่สีเขียวได้ยากมาก ผู้คนส่วนใหญ่ที่มีบ้านอยู่ในเมืองใหญ่ๆจึงนิยมจัดสวนหย่อมไว้ภายในบ้านทั้งนี้เพื่อนำมาทดแทนพื้นที่สีเขียวที่ขาดหายไปนั้นเอง และเพิ่มความโดดเด่นสวยงามให้กับบ้าน แต่ถ้าหากใครอยากลงมือจัดสวนหย่อมให้กลายมาเป็นมุมโปรดด้วยตนเองในบทความนี้จะมาบอกถึงวิธีการจัดสวนหย่อมมาฝากกัน
วิธีการจัดสวนหย่อม
  • เริ่มจากการสำรวจพื้นที่ เลือกมุมหรือพื้นที่ในการจัดสวนหย่อม โดยคำนึงถึงขนาดพื้นที่ ทิศทางของแสง ลักษณะของดินทั้งนี้เพื่อที่จะได้จัดขนาดและลักษณะของต้นไม้ให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้นเอง
  • ทำการวาดแบบสวนหย่อมของคุณในแบบที่ต้องการคร่าวๆ เพื่อกำหนดตำแหน่งต่างๆของพรรณไม้และวัสดุที่นำมาใช้ตกแต่ง ช่วยให้การจัดสวนหย่อมของคุณสะดวกและง่ายยิ่งขึ้น
  • จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตามที่วางแปลนไว้ให้ครบถ้วน
  • หากมีบ่อน้ำพุ ควรเริ่มจากทำบ่อน้ำพุก่อนแล้วตามด้วยทางเดิน จากนั้นค่อยจัดวางพรรณไม้ต่างๆ และอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ
  • หมั่นสำรวจความเรียบร้อยในการจัดสวนหย่อมระวังอย่าให้มีน้ำขังดิน และหมั่นรดน้ำ พรวนดิน และกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ
สวนประเภทต่างๆ
สวนธรรมชาติ (Natural Garden)
มักใช้เส้นโค้งในการออกแบบ ซึ่งช่วยให้เกิดรูปทรงอิสระสร้างรูปแบบที่นิ่มนวล สบายตา โดยเลียนแบบธรรมชาติ
สวนรูปแบบนี้นิยมจัดกันมาก และพบเห็นได้ทั่วไปตามบ้านพักอาศัย สวนสาธารณะ และสถานที่ต่างๆ
สวนประดิษฐ์ (Formal Garden)
เป็นสวนที่ออกแบบโดยใช้รูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ เช่นรูปทรงสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม และวงกลม เราจึงมักพบพรรณไม้ส่วนใหญ่ ถูกตัดแต่งในสวนแบบประดิษฐ์ การออกแบบจะมีแกนกลาง เพื่อความสมดุลของสวนทั้งสองข้าง และมีจุดเด่นดึงดูดสายตา สวนประดิษฐ์มักใช้กับสวนขนาดใหญ่ หรือสถานที่ราชการ เพื่อสร้างความหรูหราและสง่างามให้กับพื้นที่
สวนโมเดิร์น (Modern Garden)
เป็นสวนที่เน้นการใช้แนวเส้นและรูปทรงเลขาคณิตที่เรียบง่ายในการออกแบบ โดยใช้วัสดุตกแต่งที่ดูทันสมัยเข้ามาประกอบ เช่น รูปประติมากรรมต่างๆ การออกแบบอาจสื่อความหมายถึงบางสิ่ง ไม่นิยมใช้พรรณไม้ในปริมาณมากๆ แต่เลือกใช้เฉพาะต้นที่มีรูปทรงที่โดดเด่น
สวนญี่ปุ่น (Japanese Garden)
เป็นสวนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมักจะแสดงออกด้านปรัชญา มีการนำเอาวัสดุต่างๆมาใช้ในการจัดสวน เช่นหิน ตะเกียงหิน อ่างน้ำ และรั้วไม้ไผ่ประกอบสวน ส่วนการเลือกใช้พรรณไม้นั้น เน้นการใช้ไม้ไม่ผลัดใบที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว เน้นความเรียบง่าย
สวนหิน (Rock Garden)
เป็นสวนที่ใช้หินและกรวดเป็นองค์ประกอบหลักในการจัดโดยเลือกใช้ความหลากหลายจากลักษณะและชนิดของหินที่แตกต่างกันทั้งสี รูปร่าง และผิวสัมผัส สำหรับพรรณไม้ที่ใช้นั้นอาจเป็นชนิดที่สร้างบรรยากาศให้ร่มรื่น เช่นไม้ยืนต้นให้ร่มเงาหรือแห้งแล้งเช่นกระบองเพชรก็ได้
จากประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ในการออกแบบงานตกแต่งภูมิทัศน์ พร้อมทีมงานมืออาชีพของเรากว่า 50 ชีวิต ที่พร้อมจะบริการออกแบบและจัดสร้างผลงาน ให้ตรงตามวัตถุประสงค์และตรงตามความต้องการของลูกค้า เราพร้อมบริการรับเหมาจัดสวนทั้งโครงการเล็กๆ เช่น บ้านพักอาศัยส่วนตัว ออฟฟิศ และโครงการจัดสวนขนาดใหญ่ จัดสวน โรงงาน ร้านค้า หมู่บ้านจัดสรร   
cr:vcu-projectempowerment.org


ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com


วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

10 วิธีเตรียมสวนและสนามหญ้ารับมือหน้าหนาว


10 วิธีเตรียมสวนและสนามหญ้ารับมือหน้าหนาว



           ในช่วงฤดูหนาว อากาศเย็น ๆ บวกกับความแห้งในอากาศ ทำให้หลายคนได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เริ่มเกิดขึ้นกับสนามหญ้า และต้นไม้ในสวนของตัวเองบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีทั้งการเปลี่ยนแปลงในด้านดี สำหรับต้นไม้ที่ไม่มีปัญหากับความเย็นและอากาศแห้ง ๆ กับการเปลี่ยนแปลงในทางลบ ที่เกิดขึ้นกับต้นไม้และหญ้าบางชนิด แต่ก่อนจะเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา จนสนามหญ้าและสวนของเราหมดสวย ลองมาดูวิธีเตรียมรับมือกับสภาพอากาศเย็น ๆ ให้สนามหญ้าและสวนกันไว้ก่อนดีกว่านะคะ

10 วิธีเตรียมสวนและสนามหญ้ารับมือหน้าหนาว
 1. เปิดทางความชื้นและแสงแดดด้วยคราด

           ช่วงหน้าหนาวน้ำค้างจะค่อนข้างแรงก็จริง แต่อากาศกลับแห้งกว่าฤดูอื่น ๆ  ทำให้ดินมีโอกาสแห้งแล้งได้ ดังนั้นเราควรเปิดทางให้ความชื้น และแสงแดด ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของพืช ผ่านเข้ามาบำรุงถึงรากต้นไม้ได้อย่างสะดวก โดยคุณควรใช้คราดกำจัดใบไม้ รวมทั้งสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ที่ปกคลุมหน้าดินอยู่ให้โล่งที่สุด ป้องกันปัญหารากตาย และใบเป็นจุดสีน้ำตาล
 2. อย่ารีบร้อนตัดแต่งกิ่งไม้

           เหตุผลอันดับแรกของการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ ก็เพื่อเร่งให้ต้นไม้ผลัดใบ และเจริญเติบโตได้รวดเร็วขึ้น แต่ในฤดูหนาวที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้ปลูกต้นไม้อย่างนี้ เราก็ควรเลี่ยงการตัดแต่งกิ่งไม้ไว้ก่อน หรือหากคุณจำเป็นจะต้องตัดเล็มกิ่งไม้จริง ๆ น่าจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องต้นไม้และสวนสักนิดก่อนค่ะ

 3. รักษาความชื้นให้ต้นไม้ที่ปลูกมานาน

           ต้นไม้ใหญ่ และต้นไม้ที่ปลูกไว้นานแล้ว มักจะมีส่วนที่ตายและห่อเหี่ยวไปเอง ซึ่งส่วนเหล่านี้ของต้นไม้ เป็นคล้าย ๆ ไส้ติ่งของมนุษย์อย่างเรา ๆ ที่ไม่มีความสำคัญ แถมยังเป็นส่วนที่เกะกะอีกต่างหาก ฉะนั้นในฤดูหนาวที่ต้องการรักษาความชื้นให้ต้นไม้มากที่สุด ก็ควรจัดการกับไส้ติ่งเหล่านี้ให้สิ้นซาก อ้อ ! ในกรณีแบบนี้คุณสามารถตัดเล็มกิ่งไม้ได้ตามสบายเลยค่ะ

 4. จับไม้ล้มลุกมาทำปุ๋ย
           
           อาจจะดูเหมือนใจร้าย แต่ถึงแม้เราจะพยายามดูแลบรรดาไม้ล้มลุกอย่างดีแค่ไหน เจ้าพืชอายุไม่ยืนเหล่านี้ก็รอดเงื้อมมือหน้าหนาวลำบากอยู่ดี ดังนั้นคงดีกว่าหากเราจะนำไม้ล้มลุกมาทำเป็นปุ๋ยหมักซะเลย ก่อนจะต้องปวดใจกับสภาพเหี่ยวเฉาของเขาให้รำคาญตา

10 วิธีเตรียมสวนและสนามหญ้ารับมือหน้าหนาว

 5. พืชปกคลุมช่วยได้

          ถ้าอยากรักษาความชื้นให้ดินได้มาก ๆ แนะนำให้ปกคลุมดินเอาไว้เลย เลือกใช้พืชคลุมดินที่มีขายตามร้านต้นไม้ หรือจะนำซากพืชและปุ๋ยมาผสมกันแล้วปกคลุมดินก็ได้หมด แต่เคล็ดลับอยู่ที่คุณต้องเกลี่ยพืชคลุมดินให้รอบต้นไม้ในลักษณะรูปวงกลมโดนัท อย่าโรยพืชคลุมดินเป็นเนินเหมือนภูเขาไฟ เพราะส่วนลำต้นเราไม่ต้องปกคลุมเขาให้เปลืองพืชคลุมดินก็ได้

 6. อนุบาลต้นไม้เล็กด้วยกระสอบ
           นอกจากต้องคลุมหน้าดินรักษาความชื้นให้ดินแล้ว เหล่าต้นไม้เด็ก ที่เพิ่งปลูกเมื่อไม่นานมานี้ ก็ควรดูแลเขาให้ดีด้วย อย่างแรกให้หากระสอบ หรือพลาสติกเจาะรูมาคลุมต้นไม้เบบี๋ไว้ก่อน รอจนเขาเติบโตพอจะต่อสู้สภาพอากาศแห้งชื้นด้านนอกได้ค่อยปล่อยเป็นอิสระ

 7. ได้เวลาปลูกพืชชนิดหัว

           ไม้หัวหลายชนิดชื่นชอบอากาศเย็น ๆ และสามารถทนกับความแห้งแล้งในอากาศได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น ว่านสี่ทิศ บัวดิน ฯลฯ ซึ่งหากอยากปลูกต้นไม้เพิ่มความสวยงามให้สวน ก็สามารถเลือกปลูกพันธุ์ไม้เหล่านี้ได้เลยค่ะ

 8. พลิกหน้าดินเติมธาตุอาหาร

           สำหรับสนามหญ้า คุณอาจจะลองพลิกหน้าดิน เพื่อเปิดโอกาสให้ความชื้นและแสงแดดส่องเข้าไปบำรุงรากต้นไม้โดยตรงบ้างก็ได้ นอกจากนี้หากลงทุนพลิกหน้าดินแล้ว ก็ควรถือโอกาสใส่ปุ๋ยและธาตุอาหารที่จำเป็นกับต้นหญ้าไปด้วยเลยยิ่งดีจ้า

 9. ใส่ปุ๋ยคอกบำรุงต้นไม้อย่างถูกสูตร

           ปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยที่น่าจะปลอดภัยกับพืชและสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เนื่องจากมีส่วนผสมจากธรรมชาติด้วยกัน แต่ก่อนจะใส่ปุ๋ยคอกให้พืช คุณก็ควรตรวจสอบก่อนว่าพืชแต่ละชนิดต้องการปุ๋ยคอกในอัตราเท่าไร และปุ๋ยคอกสูตรไหนจะเหมาะกับดินของคุณ เพื่อให้ดินและต้นไม้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

 10. ใส่ใจต้นไม้ทุกต้นอย่างดีที่สุด

           เตรียมพร้อมต้นไม้กันไปแล้ว ต่อไปนี้ก็ต้องใส่ใจดูแลต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นอย่างเต็มที่ด้วย หมั่นรดน้ำอย่างถูกวิธี กำจัดวัชพืช บำรุงดินและพืชด้วยปุ๋ย และพยายามเล็มกิ่งไม้ ใบไม้ที่แห้งตายแล้วออกไป เพื่อลดการคายน้ำของพืช และเพื่อรักษาความชื้นไว้ใช้ในส่วนจำเป็นให้ได้มากที่สุด


           ใครที่อยากดูแลสนามหญ้าและสวนให้สวยในหน้าหนาวนี้ ก็อย่าลืมนำวิธีดูแลต้นไม้เพื่อรับมือหน้าหนาวเหล่านี้ไปใช้ตามที่เราแนะนำกันด้วยนะคะ จะได้มีสวนสวย ๆ ไม่หวั่นในทุกสภาพอากาศ 


cr: kapook.com

ช่องทางการติดต่อ

ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน

ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่

www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com

วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ที่ดิน เรื่องสำคัญต้องใส่ใจ เตรียมอย่างไรก่อนสร้างบ้าน

ก่อนการสร้างบ้านใหม่ เราจะต้องเตรียมที่ดินสำหรับพื้นที่ก่อสร้างให้เรียบร้อย โดยคำนึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้
 
1. ถ้ามีบ้านเก่าต้องรื้อ ให้รื้อถอนออกจนถึงชั้นฐานราก คงไว้แต่เสาเข็มซึ่งรื้อถอนได้ยาก โดยทีมออกแบบจะกำหนดเสาเข็มใหม่เลี่ยงตำแหน่งเดิมเอง
 
2.  ถ้าต้องการย้ายตำแหน่งสาธารณูปโภค เช่น เสาไฟฟ้า มิเตอร์ประปา ท่อประปา ฯลฯ ที่กีดขวางพื้นที่ก่อสร้าง ควรดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนการสร้างบ้าน
 
3.  ถ้าพื้นที่ดินอยู่ระดับต่ำกว่าถนน  ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำท่วม ควรถมดินยกระดับให้สูงกว่าระดับท่อระบายน้ำสาธารณะ
 
4.  ถ้าสร้างบ้านทับบ่อหรือบึง ควรถมทิ้งไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะจะเกิดโอกาสทรุดตัวมากกว่าดินที่ถมบนพื้นปกติ
 
การถมดิน มีหลักพิจารณาคือ
1.   ประวัติน้ำท่วม พิจารณาจากระดับสูงสุดที่น้ำเคยท่วมถึง
2.   เช็คระดับน้ำในท่อระบายน้ำสาธารณะ โดยติดต่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ  และถมดินให้สูงกว่าระดับดังกล่าวเพื่อให้น้ำในบ้านระบายออกได้
3.   ระดับดินแวดล้อม โดยทั่วไปมักถมสูงกว่าถนนหน้าบ้านประมาณ 50 - 80 ซม. โดยให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเพื่อนบ้าน
4.  ไม่ควรถมดินสูงเกินไป เนื่องจาก
- พื้นลาดที่เชื่อมต่อระหว่างที่ดินของบ้านกับถนนสาธารณะ จะมีความลาดชันมาก
- เกิดปัญหาน้ำไหลท่วมเข้าบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน
- มีค่าใช้จ่ายสูง 
- ดินถมที่ระดับสูงกว่า 80 – 100 ซม. อาจเกิดแรงดันจนรั้วเสียหายได้ (หากจำเป็นต้องทำควรปรึกษาวิศวกร)
5.  กรณีต้องการให้ระดับพื้นบ้านชั้นล่างอยู่สูงมาก  อาจใช้วิธียกใต้ถุนสูงแทนการถมดิน ซึ่งจะได้พื้นที่ใช้งานเพิ่มด้วย
6.  การถมยกระดับดินที่ไม่สูงมาก อาจสร้างบ้านให้ได้พื้นในระดับที่ต้องการ พร้อมทำครีบกันดินให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงค่อยถมดินในภายหลัง วิธีนี้ช่วยให้ประหยัดดิน โดยสามารถนำดินที่ได้จากการเจาะเสาเข็มมาใช้ถมได้ด้วยเช่นกัน
 
บ้านที่ถมดินสูงจากถนน และยกใต้ถุนสูง
ที่มาภาพ: www.bloggang.com 
วิธีถมดิน
ทำได้ 2 วิธี วิธีแรกคือ การถมแบบบดอัด โดยการเทดินและใช้รถบดดิน บดอัดทีละชั้น (ชั้นละ 30-50 ซม.) จนกระทั่งได้ระดับที่ต้องการ  วิธีนี้จะทำให้ดินอัดแน่น ไม่ทรุดตัวง่าย ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ การถมแบบไม่อัด เป็นการถมดินให้ได้ระดับความสูงที่ต้องการ แล้วบดอัดหน้าผิวดินเพียงรอบเดียว หากถมดินสูงตั้งแต่ 1 ม.ขึ้นไปไม่ควรใช้วิธีนี้เพราะจะมีโอกาสทรุดตัวมากในอนาคต ทั้งนี้ช่วงเวลาที่ควรถมดินคือ หน้าแล้ง (ธ.ค.-พ.ค.) เพราะทำงานสะดวก ได้ดินที่แน่นตัวและมีคุณภาพสูง หากถมดินในหน้าฝน ดินที่จะถมอาจจะไหลออก เกิดความสูญเสียในปริมาณมาก
 
ดินที่ใช้ถมที่
ไม่ควรใช้ดินผสมเศษอิฐเศษหินซึ่งแม้จะมีราคาถูก แต่อาจทำให้เสาเข็มหนีศูนย์ หรือแตกหักเสียหายได้ ควรเลือกใช้ดินธรรมชาติในการถม ได้แก่
1. ดินลูกรัง มีสีออกน้ำตาลหรือแดง มีลักษณะค่อนข้างแข็งโดยเฉพาะเมื่อเป็นดินแห้ง สามารถบดอัดให้แน่นแข็งได้ดี เหมาะแก่การถมเพื่อทำผิวถนนคอนกรีต ไม่เหมาะสำหรับปลูกต้นไม้
2. ดินเหนียว เป็นดินเนื้อละเอียด มีคุณสมบัติทึบน้ำ อุ้มน้ำได้ดี นิยมใช้ถมดินในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เพราะหาได้ง่าย ราคาไม่สูงมากนัก สามารถใช้ปลูกต้นไม้ได้บางชนิด
3. ดินทราย ประกอบด้วยทรายประมาณร้อยละ 70  ขึ้นไป ไม่อุ้มน้ำ ง่ายต่อการกัดกร่อน เมื่อนำมาถมจำเป็นต้องบดอัดอย่างดี และมีการป้องกันดินไหล เพื่อไม่ให้ดินทรุดตัวและไหลไปบริเวณข้างเคียง ดินทรายมีราคาถูก เหมาะสำหรับถมดินในโครงการจัดสรรต่าง ๆ
4. หน้าดิน คือดินที่อยู่บริเวณผิวดินด้านบน ระดับ 0.00-0.50 เมตร หรืออาจลึกกว่าเล็กน้อย เนื้อดินสีดำ มีแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับพืชพรรณและต้นไม้สูง แต่มีราคาสูงกว่าดินประเภทอื่นพอสมควร
 
ทำอย่างไรกับต้นไม้เดิม
ต้นไม้สร้างความร่มรื่นมีชีวิตชีวา ทั้งยังช่วยกรองมลพิษต่างๆ ให้กับบ้าน วิธีการเลือกเก็บหรือกำจัดต้นไม้เพื่อเตรียมพื้นที่สร้างบ้านนั้น ในเบื้องต้นอาจเริ่มด้วยการถางหญ้า วัชพืช ให้เรียบร้อย ตัดต้นไม้ล้มลุกหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่ไม่ต้องการทิ้ง  สำหรับต้นไม้ใหญ่อายุ 10 ปี ขึ้นไป ควรพิจารณาให้ดีว่าจำเป็นต้องตัดจริงๆ หรือไม่ อาจใช้วิธีหลบเลี่ยงหรือออกแบบให้ต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งของผังบ้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังเรื่องแรงสั่นสะเทือน รวมถึงน้ำปูนและเศษวัสดุจากการก่อสร้าง ที่อาจจะไปทำอันตรายต้นไม้ได้
กรณีเป็นต้นไม้ที่มีรากแผ่กว้างและชอนไช เช่น ต้นไทร ต้นก้ามปู ต้นโพธิ์ ฯลฯ ควรจัดวางผังบ้านเลี่ยงให้ได้มากที่สุด เพราะรากของต้นไม้เหล่านี้อาจชอนไชจนทำให้บ้านแตกร้าว และกิ่งไม้ขนาดใหญ่อาจหล่นทับหลังคาเสียหายได้ หากไม่มีทางเลือกควรพิจารณาตัดทิ้ง หรือล้อมไปปลูกในบริเวณอื่นแทน


cr: scgbuildingmaterials.com

ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com