วันพุธที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560

10 ทริคจัดหิ้งพระในบ้านอย่างไรให้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของ

10 ทริคจัดหิ้งพระในบ้านอย่างไรให้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของ

บ้านแต่ละหลังย่อมมีหิ้งพระ หรือมากกว่านั้นอาจจะมีหิ้งเทพ หิ้งรูปบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ก็ยังพบปัญหาว่าหลายคนไม่ทราบว่าควรจัดวาง ตั้งหิ้งพระไว้บริเวณใดของถึงเหมาะสมและเป็นมงคลกับชีวิต รวมถึงอาจเผลอวางหิ้งพระผิดที่ผิดทางจนเกิดความไม่เป็นมงคลได้ Sanook! Home เลยรวบรวมคำแนะนำเรื่องการจัดหิ้งพระให้เหมาะสมและเป็นมงคลต่อเจ้าของบ้าน
1.หมั่นดูแลหิ้งพระให้สะอาดอยู่เสมอ หลายจุดในบ้านเจ้าของบ้านให้ความสำคัญแต่บางครั้งหลงลืมตำแหน่งของหิ้งพระ ดังนั้นต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดองค์พระหรือรูปเทพ เพราะหากองค์พระหรือรูปเทพมีฝุ่นจับเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย นอกจากนั้นควรหมั่นเปลี่ยนน้ำ ดอกไม้ในแจกันบูชาเพื่อให้ชีวิตของคนในบ้านสดชื่น แจ่มใสอยู่ตลอดเวลา
2.เลือกตำแหน่งที่สงบ หิ้งพระควรตั้งอยู่ในพื้นที่ๆ สงบ ไร้เสียงรบกวน จอแจ เช่นบางบ้านประดับหิ้งพระไว้บริเวณประตูเข้า-ออก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าคนในบ้านจะพบแต่ความวุ่นวาย
3.หิ้งพระไม่ควรติดตั้งผนังเดียวกับห้องน้ำหรือห้องครัว รวมถึงไม่ควรหันหน้าหิ้งบูชาไปตรงกับประตูห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย มีเรื่องขัดแย้งหรือเงินทองรั่วไหล
4.หิ้งพระบนหลังตู้ควรสูงกว่าศีรษะ หากคุณพักอาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์หิ้งพระควรอยู่สูงกว่าศีรษะเพราะมันเกี่ยวพันกับความเจริญก้าวหน้า อาชีพการงาน
5.ห้องพระคือห้องพระ ห้องพระก็คือห้องสำหรับตั้งบูชาพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว เราอย่าใช้ห้องพระไว้เก็บข้าวของชนิดอื่นๆ รวมทั้งห้องพระไม่ควรอยู่ติดกับห้องน้ำหรือมีประตูตรงกับห้องน้ำ
6.หิ้งพระไม่ควรตั้งอยู่ปลายเตียง หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรตั้งหิ้งบูชาไว้ในห้องนอน เนื่องจากเราอาจมีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าหิ้งพระเช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือการร่วมหลับนอนของคู่สามี-ภรรยา อีกทั้งยังไม่ควรหันหน้าหิ้งพระไปยังทิศที่เตียงตั้งอยู่ด้วย
7.ห้องรับแขกไม่ใช่ที่ตั้งของหิ้งบูชา อย่างที่บอกว่าหิ้งพระควรตั้งอยู่ในห้องที่ค่อนข้างมีบรรยากาศสงบ
8.บนหิ้งพระควรมีองค์พระหรือองค์เทพเป็นจำนวนเลขคี่
9.หลีกเลี่ยงการตั้งหิ้งบูชาไว้ใต้คาน เพราะหมายถึงดวงชะตาของเจ้าของบ้านอาจถูกกดทับ และมักมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เสมอ
10.หิ้งพระควรตั้งอยู่ในมุมที่เป็นสัดส่วน ไม่ใช่เมื่ออยู่นอกบ้านแล้วสามารถมองเห็นหิ้งพระในบ้านอย่างชัดเจน เช่นนั้นถือว่าไม่ดี
นอกจากนี้ยังมีทิศต้องห้ามไม่ให้เจ้าของบ้านตั้งหิ้งพระอีกด้วย มาดูกันว่าคุณเกิดปีไหนและห้ามไม่ให้ตั้งหิ้งพระตรงไหน
เจ้าของบ้านเกิดปีชวด ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะส่งผลให้เจ้าบ้านเกิดอันตราย จนอาจถึงขั้นเสียชีวิต

เจ้าของบ้านเกิดปีฉลู ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้เจ้าบ้าน เกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน
เจ้าของบ้านเกิดปีขาล ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้ผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัวเกิดอันตราย
เจ้าของบ้านเกิดปีเถาะ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียคนในบ้านจะเสียชีวิต
เจ้าของบ้านเกิดปีมะโรง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดการเสียหายทั้งชายและหญิง
เจ้าของบ้านเกิดปีมะเส็ง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชา หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้คนในครอบครัวมีความยุ่งยากที่สุดจนหาความสงบสุขไม่ได้
เจ้าของบ้านเกิดปีมะเมีย ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศใต้ จะส่งผลให้เกิดเรื่องราวอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน
เจ้าของบ้านเกิดปีมะแม ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้ครอบครัว เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
เจ้าของบ้านเกิดปีวอก ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกเพศชายในครอบครัว
เจ้าของบ้านเกิดปีระกา ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพราะ จะทำให้ความทุกข์โศกมาเยือนครอบครัวจนต้องร้องให้อยู่เสมอ
เจ้าของบ้านเกิดปีจอ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลร้ายให้สมาชิกในครอบครัวอย่างมาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้
เจ้าของบ้านเกิดปีกุน ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ในครอบครัวอยู่ตลอด เสียเงินเสียทองขึ้นโรงขึ้นศาล
ได้หลักการจัดหิ้งพระแบบง่ายๆ กันไปแล้ว ก็ลองตรวจเช็คดูนะคะว่าเราวางถูกต้องแล้วหรือยัง
ขอบคุณข้อมูลจาก amulet zazana
ภาพจาก www.istockphoto.com
cr: home.sanook.com 
blog.gooshared.com 

ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com

 

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ทำความรู้จัก “ดอกดารารัตน์” ดอกไม้จันทน์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9

ทำความรู้จัก “ดอกดารารัตน์” 

ดอกไม้จันทน์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 

ในหลวงรัชกาลที่ 9

เอามาเล่าสู่เพื่อนๆ iHome108 ฟัง เกี่นวกับ ดอกไม้ที่มีความหมายสูงค่า “ดอกดารารัตน์” หรือภาษา ฝรั่ง ดอกแดฟโฟดิล ( Daffodil ) หรือที่ตั้งเป็นภาษาไทยเรียกว่า ” ดอกดารารัตน์ ” ซึ่งเป็นดอกไม้ของประเทศเมืองหนาว มีชื่อภาษาไทยว่าดอกดารารัตน์ ที่มีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ คำว่า ดารา หมายถึง ดวงดาว นั่นคือสิ่งที่อยู่สูงสุด ส่วนคำว่า รัตน์ แปลว่า แก้ว คือ สิ่งที่มีค่า
ครั้งหนึ่งสมเด็จพระราชินีเสด็จมาที่ดอยอ่างขาง พระองค์ทอดพระเนตรเห็นดอกดังกล่าวที่ปลูกกันอยู่ จึงทรงโปรดให้จัดดอกไม้นั้นใส่แจกันประดับบนโต๊ะเสวย ข้าราชบริพารก็จัดเตรียมให้ตามพระราชประสงค์ ก่อนที่สมเด็จฯท่านจะทรงเล่าถึงความผูกพันของพระองค์กับดอกไม้ชนิดนี้ให้ผู้ตามเสด็จได้ฟัง
เมื่อครั้งที่ยังมิได้ราชาภิเษกสมรส ขณะนั้นพระราชินีหรือม.ร.ว.หญิงสิริกิติ์ กิติยากร ทรงประทับอยู่ที่ปารีส เนื่องจากพระบิดาของพระองค์เป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงศึกษาและประทับอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หากพอมีเวลาว่างครั้งใดในหลวงก็มักจะขับรถยนต์ด้วยพระองค์เองข้ามพรมแดนมาเยี่ยมเยียนพระราชินีอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ในหลวงเสด็จมา ก็จะมีดอกไม้มาให้พระราชินี และดอกไม้ที่พระองค์นำมาให้เป็นประจำก็คือดอกไม้สีเหลืองดังกล่าวนี้เอง ดอกไม้นี้มีชื่อว่า แดฟโฟดิล (Daffodil)
 
 
ที่มาของการนำดอกไม้ชนิดนี้มาเป็น ดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้น เพราะว่า เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่ ในหลวงในพระบรมโกศ ทรงโปรดและทรงมอบให้กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งที่ยังมิได้ราชาภิเษกสมรส ขณะนั้น ม.ร.ว.หญิงสิริกิติ์ กิติยากร ทรงประทับอยู่ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงศึกษาและประทับอยู่ที่ สวิสเซอร์แลนด์ หากพอมีเวลาว่างครั้งใด พระองค์ท่านมักจะขับรถยนต์ด้วยพระองค์เอง ข้ามพรมแดนมาเยี่ยมเยียน พระราชินีอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เสด็จมา จะมีดอกไม้มาให้เป็นประจำ คือดอกแดฟโฟดิล

ดอกแดฟโฟดิล นิยมใช้มอบให้แก่คนที่รัก เพื่อบอกว่า ไม่เคยต้องการสิ่งใดตอบแทน อีกทั้ง ยังหมายถึง เกียรติยศ ความกล้าหาญ สัญลักษณ์ของความหวัง  อีกทั้งดอกยังมีสีเหลืองสดซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพของรัชกาลที่ 9 อีกด้วย
“ดอกดารารัตน์”  ดอกไม้จันทน์ ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามากหากได้ทำด้วยหัวใจและสองมือของตัวเอง และแสดงถึงความจงรักภักดีแด่รัชกาลที่ 9 ก่อนถวายให้พระองค์เป็นครั้งสุดท้าย



cr: home.sanook.com 
ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com
 

 

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560

4 ต้นไม้เลือกไว้สำหรับใช้ทำรั้ว

4 ต้นไม้เลือกไว้สำหรับใช้ทำรั้ว

       บ้านไทยเราตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษไม่ได้ทำรั้วก่ออิฐปิดตัวเองอย่างคนสมัยนี้ บ้านไหนอยากจะมีรั้วจึงมักปลูกต้นไม้เพื่อแสดงอาณาเขต บางท่านก็ปลูกเป็นต้นไม้ใหญ่ บางท่านก็ปลูกเป็นต้นไม้พุ่ม แล้วตัดแต่งให้เป็นรั้วบ้าน สูงบ้างเตี้ยบ้างแล้วแต่
      ความต้องการ มีต้นไม้หลายชนิดที่เหมาะสมที่จะปลูกเป็นรั้วบ้านได้ Sanook! Home เลยหยิบยกขึ้นมาสำหรับใครที่กำลังคิดจะปลูกต้นไม้ไปใช้ทำรั้ว

1.ชบา เป็นต้นไม้ยอดนิยมสำหรับทำรั้ว ในอดีตหากไม่ตัดกิ่งตัดใบจนทึบเตี้ยเกินไปก็จะให้ดอกสวยงาม แต่ก็ต้องทำใจกับเพลี้ยอ่อนและหนอนชอนใบนิดหน่อยเพราะสัตว์พวกนี้เขารักต้นชบามากจึงทำให้ใบชบาที่รั้วของเราเป็นรูกลวงบ้างในบางครั้งด้วยความอิจฉาเรา



2.ชาข่อย ก็เป็นไม้ที่น่าจะทำรั้วอีกชนิดหนึ่ง  เพราะกิ่งใบสีเขียวเข้มหนาทึบแต่ไม่ต้องการแดดเต็มวัน  จึงปลูกเป็นรั้วที่ห่างจากตัวบ้านไม่มากได้เพราะในบางช่วงเงา  บ้านจะทอดไปบังชาข่อย  ชาข่อยเขาก็ไม่ว่าอะไร (แต่ใบเขาอาจจะใหญ่ขึ้นนิด  สีใบก็จะเขียวขึ้นอีกหน่อย)  มีหนอนกินใบบ้างแต่ก็ไม่มากเท่ากับต้นชบา  ดอกสีขาวเล็กๆไม่สดใสแสบตา

3.เทียนทอง เป็นต้นไม้ที่มานิยมกันในยุคหลังๆ สีเขียวเหลืองสดใส ทำเป็นพุ่มเตี้ยๆก็ได้แต่ต้องการแดดเต็มวัน มีหนอนไชกิ่งและรากบ้าง ต้องคอยดูแลเปลี่ยนต้นที่ถูกชอนไชแล้วแห้งตายไป บางครั้งก็เอาไปทำไม้ดัดได้เหมือนกัน
4.พู่เรือหงส์  หรือบางครั้งก็เรียกกันติดปากว่าพู่ระหงษ์ เป็นต้นไม้ที่นิยมใช้ทำรั้วกันมานมนานเหมือนกับชบา ลักษณะนิสัยก็คล้ายกับชบา แม้ดอกบางครั้งจะไม่ใหญ่โตหลายสีสดใสเหมือนชบา แต่ดีกว่าชบาตรงที่ไม่ค่อยมีโรคและแมลงก็ไม่มา

ยังมีต้นไม้สวยๆ งามๆ สดชื่นอีกหลากหลายที่บำรุงรักษาง่ายและทำรั้วได้ หากบ้านใครเหมาะสม อาจจะลองเปลี่ยนรั้วทึบๆ ของท่านเป็นรั้วต้นไม้เหล่านี้ก็ไม่เลว นอกจากท่านจะสดชื่นแล้ว คนทั่วไปที่สัญจรผ่านไปมาก็จะพลอยมีความสุขไปด้วย

cr:


ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com

4 เทคนิคควรรู้ก่อนจะเปิด Hostel

4 เทคนิคควรรู้ก่อนจะเปิด Hostel


     ข้อควรรู้เบื้องต้นสำหรับคนที่อยากจะเปิด Hostel แล้วคุณจะรู้ว่ามันแตกต่างกับการทำโรงแรมห้องพักทั่วไป

    ความฝันของวัยทำงานยุคใหม่ที่อาจกำลังส่งเสียงกู่ก้องอยู่ในใจให้ออกมาเป็นนายของตัวเอง ลงทุนเปิดกิจการส่วนตัวหลังจากอดทนเก็บออมเงินสักก้อนที่ได้จากงานประจำ และหนึ่งในธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจก็คือ ที่พักแบบ Boutique Hostel การปรับปรุงบ้านพักทรัพย์สินอาคารส่วนตัวที่มีอยู่ให้กลายเป็นที่พักของนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ แต่ก่อนจะเริ่มต้นลงมือทำก็ควรจะต้องศึกษาเทคนิคข้อควรรู้กันเสียหน่อย เราจึงขอเสนอไกด์บุ๊คนำทางสำหรับเจ้าของ Hostel มือใหม่


เลือกทำเลที่ตั้งตรงไหนดี ?
อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าทำเลที่ตั้งเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ (จากบทความ รู้จักโฮสเทล ที่พักคู่ใจของเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ ) เราเลยขอย้ำอีกครั้ง เผื่อคนที่มาไม่ทันเมื่อต้นชั่วโมงเรียนแรก ด้วยเหตุผลที่ว่านักเดินเท้าสะพายกระเป๋าจากต่างแดนที่ถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ที่ตั้งของ Hostel ควรจะเข้าถึงได้ง่าย มีการคมนาคมเดินทางไปมาสะดวก ไม่ต้องต่อรถมาก ยิ่งมีช่องทางระบบขนส่งสาธารณะด้วยก็จะยิ่งดี เพราะแบ็คแพ็คเกอร์ที่มาเที่ยวเมื่อลงสนามบินก็มักจะเปิดแผนที่ คลำหาเส้นทางด้วยตัวเอง  การเลือกทำเล Hostel ที่เดินทางมาพักได้ไม่ยากเย็น ใกล้สถานที่อ้างอิงที่เป็นที่รู้จัก มีป้ายสัญลักษณ์สะดุดตา หรือลองคิดเอกลักษณ์ที่จำจดได้ง่ายให้ Hostel ของตัวเองก็นับเป็นตัวช่วยบอกใบ้สำคัญเพื่อการเดินทางเข้ามาเช็คอิน

    ย่านที่มี Hostel อยู่เยอะในกรุงเทพ ยกตัวอย่างเช่น ข้าวสาร สีลม เยาวราช เอกมัย บริเวณแถบใกล้สถานีรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน หรืออยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ปัจจัยที่ตั้งอาคารจะเป็นตัวดึงดูดให้ให้นักเดินทางต่างถิ่นยิ่งอยากเข้ามาพักที่ Hostel ของคุณมากขึ้น

ทำโฮสเทลต้องยื่นเรื่องกฎหมายมั้ย ?

การทำธุรกิจ Hostel จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ( มีห้องพักเกิน4ห้อง และให้เช่าไม่เป็นรายเดือน ) จึงจำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อเจ้าหน้าที่เขตเพื่อขอเปลี่ยนประเภทการใช้งานอาคารจากเพื่อการพักอาศัยเป็นการขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรมตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ๒๕๕๑  (พรบ.โรงแรม2547, ภาษีโรงแรม, ใบอนุญาตฺ/จดทะเบียนโรงแรม) โดยก่อนจะเริ่มลงมือรีโนเวทอาคารบ้านพัก ตึกแถวที่มีอยู่เจ้าของโครงการและนักออกแบบควรจะต้องศึกษาเรื่องระยะถอยร่น ขนาดพื้นที่ใช้สอยระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งความแข็งแรงของโครงสร้างสำหรับการใช้งานของคนจำนวนมาก เพราะข้อบังคับสำหรับบ้านพักอาศัยกับอาคารสาธารณะมีข้อบังคับที่แตกต่างกันอยู่หลายจุด
Dtip : การเปิดที่พักขนาดเล็กมีที่พักไม่เกิน 4 ห้อง รองรับผู้พักไม่เกิน 20 คน เป็นกิจการสนับสนุนรายได้เสริมไม่ถือว่าเป็นโรงแรม แต่ก็ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดในเบื้องต้น และในความเป็นจริงพบว่าเกินครึ่งของโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวมักจะไม่จดทะเบียนโรงแรมตามข้อกำหนด  เพราะความยุ่งยากในกฎหมายโรงแรม กฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการกฎหมายส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและกฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และรวมทั้งเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเอกสารราคาสูง (!?) จึงทำให้เจ้าของกิจการหลายแห่งยังไม่มีใบขออนุญาตอย่างถูกต้อง

ต้องมีห้องน้ำเพิ่มอีกกี่ห้อง ?

เมื่อเปลี่ยนประเภทการใช้งานอาคาร ระบบไฟฟ้า ประปา เครื่องปรับอากาศก็จะต้องถูกปรับให้เหมาะสมกับประเภทการใช้งานใหม่ตามไปด้วย เราจะขอยกตัวอย่างสูตรสำเร็จการคำนวณจำนวนห้องน้ำและขนาดของแอร์ในอาคารทั่วๆ ไปไว้ใช้ประยุกต์ได้ในพื้นที่อาคารของคุณ
การคิดจำนวนห้องน้ำให้ใช้การหาอัตราส่วนจำนวนเตียงต่อจำนวนห้องน้ำ (1 ชุดห้องน้ำประกอบด้วย 1 ฝักบัวอาบน้ำ 1 โถสุขภัณฑ์ 1 อ่างล้างหน้า โถปัสสาวะชายเป็นส่วนเสริม) โดยอัตราเป็นเป็นไปได้ตั้งแต่ 4:1 , 7:1 , 9:1 หรือจำนวนเกิน 10 : 1 ชุดห้องน้ำ ตัวอย่างเช่น ใน 1 ชั้นมีจำนวนเตียงทั้งหมด 28 เตียงแล้วมาคำนวณด้วยอัตราส่วน 7:1 ก็จะได้ว่า 28 / 7 = 4 ดังนั้นในชั้นนี้จะมีชุดห้องน้ำอยู่ 4 ห้อง
การเลือกใช้อัตราส่วนจำนวนห้องน้ำเป็นเรื่องการความพร้อมด้านการบริการ เพราะห้องน้ำของ Hostel จะเป็นแบบห้องน้ำรวม อาจเกิดช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากอยากเข้าไปใช้งานพร้อมกัน เจ้าของกิจการจึงควรจะต้องใช้ดุลยพินิจกะเกณฑ์จำนวนแขกที่เข้าพักกับจำนวนห้องน้ำให้เพียงพอหรือการสร้างชุดห้องน้ำเกินเอาไว้เล็กน้อยป้องกันปัญหาห้องน้ำเต็ม
 

ส่วนการคิดขนาด BTU ของเครื่องปรับอากาศจะคิดจากขนาดพื้นที่ห้องคูณด้วยตัวเลข 800 เช่นห้องขนาด 16 ตร.ม. จะใช้ขนาดแอร์ 16 x 800 = 12,800 ดังนั้นจะใช้เครื่องปรับอากาศขนาด 13,000 BTU
ส่วนห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกโดนแดดนานๆ ห้องใต้หลังคา ห้องที่สะสมความร้อน หรือห้องมีคนอยู่เยอะ ๆ แบบห้องพักของ Hostel เราจะใช้สูตรขนาดพื้นที่ห้องคูณด้วยตัวเลข 1,000 แทน ทั้งนี้ในอาคารสาธารณะที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากก็จำเป็นจะต้องตรวจเชคความถูกต้องกับวิศวกรงานระบบซ้ำอีกครั้ง ต้องคิดเผื่อค่าที่คำนวนได้ขึ้นไปอีกเล็กน้อย


ควรตกแต่งส่วนไหนมากที่สุด 

ที่พักแบบ Hostel นั้นเป็นห้องพักสำหรับนักเดินทางที่ต้องการเพียงที่นอนหลับพักผ่อน ไม่ได้ต้องการความเป็นส่วนตัวหรูหรา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปทุ่มงบตกแต่งห้องพักให้สวยงามเลอค่าจนเกินไป แขกทุกคนที่เข้ามาพักในห้องพักราคาประหยัดควรจะได้รับมาตรฐานแบบเดียวกันในราคาห้องพักที่เท่าเทียมกัน 
พื้นที่ที่ควรจะใส่ใจคือพื้นที่ส่วนกลาง lobby, ห้องกิจกรรม ที่เหล่าแบ็คแพ็คเกอร์มักจะออกมาหาเพื่อนหน้าใหม่เสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เดินทาง ควรจะต้องออกแบบตกแต่งพื้นที่ส่วนรวม Common Space ให้ดูผ่อนคลาย มีกิจกรรมสนุกสนาน มุมนั่งเล่น นอนดูทีวี ให้บริการห้องครัวแบบ Self-Service มีตู้ล็อคเกอร์ไว้เก็บของส่วนตัว มีพนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษคอยให้คำแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหรือรับฟังปัญหาภายในที่พัก
  
อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.hostelworld.com/  เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 จำนวน hostel ของไทยที่ลงทะเบียนในเว็บไซต์ คือ 602 แห่งกระจายอยู่ใน 36 จังหวัด  ค่าเฉลี่ยคะแนนบริการอยู่ที่ 7.6  แค่เฉพาะพื้นที่กรุงเทพก็มี Hostel ที่ลงทะเบียนทั้งหมด 292 แห่ง ในบรรดาที่พักราคาประหยัดหลายร้อยแห่งที่กำลังเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งหนึ่งที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่เน้นย้ำมาคล้ายๆ กัน ก็คือเรื่องความเฟรนด์ลี่ เป็นมิตร ดูแลเรื่องความสะอาด ความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่จะไหลเวียนกันเข้ามา ต้องรักษาความเรียบร้อยภาพรวมของคนหมู่มากที่มาอยู่รวมกันเอาไว้ให้ได้
cr dsignsomething.com
pic. pintrerst
http://retaildesignblog.net/ 



ช่องทางการติดต่อ

ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com