วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ปีชง 2560



      เมื่อเข้าสู่ช่วงสิ้นปี เรื่องยอดฮิต คงหนีไม่พ้น เรื่อง ปีชง วันนี้ ก.การช่าง มีข้อมูลมาฝากกันว่าปีไหนชงกันบ้าง มีข้อห้าม และจะต้องระวังอะไรกันแน่ และที่สำคัญคือมีวิธีแก้ชง-เสริมดวงกันอย่างไร

 

     สำหรับ ปีชง 2560 (ระกา) ได้แก่ ปีนักษัตร "ปีเถาะหรือปีกระต่าย" ปะทะรุนแรงสุด หรือคนที่เกิดปี พ.ศ. 2470, 2482, 2494, 2506, 2518, 2530, 2542, 2554 ดังนั้นต้องบอกว่า คนปีเถาะต้องประสบปัญหาหลายด้าน หลายๆ อย่างที่ค่อนข้างรุนแรง สุขภาพก็ต้องคอยหมั่นดูแล อาจมีโรคที่รุนแรง หรือรักษายาก


1.เถาะ
2.
ชวด
3.
มะเมีย 
4.
ระกา

โดย 4
ปีนี้ ถือเป็นปีชงในปีหน้า โดยจะเริ่มชงตั้งแต่ หลัง 4 ก.พ. 60-3 ก.พ. 61


      ส่วนท่านที่ห้ามไปเป็นเจ้าภาพหรือเข้าร่วมงานมงคล เช่น แต่งงาน หรือ งานอัปมงคล เช่นงานศพ รวมถึงเยี่ยมคนป่วย ได้แก่
ปีเถาะ ท่านที่เกิด พ.ศ. 2494 , 2518 , 2554
ปีระกา ท่านที่เกิด พ.ศ. 2476 , 2536
ปีชวด ท่านที่เกิด พ.ศ. 2467 , 2527
ปีมะเมีย ท่านที่เกิด พ.ศ. 2485 , 2509 , 2545

      ถ้าหากท่านต้องไปงานอัปมงคลจริงๆ หรือ การเยี่ยมไข้คนป่วย ท่านควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมของวันที่เหล่านี้ในปี 2560 มี 36 วัน ได้แก่
15มค. 27มค. 28มค. 12กพ. 21กพ. 24กพ. 16มีค. 28มีค. 29มีค. 13เมย. 22เมย. 25เมย. 15พค. 27พค. 28พค. 12มิย. 21มิย. 24มิย. 14กค. 26กค. 27กค. 11สค. 20สค. 23สค. 12กย. 24กย. 25กย. 10ตค. 19ตค. 22ตค. 11พย. 23พย. 24พย. 9ธค. 18ธค. 21ธค. (หากหลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยงเพื่อความเป็นมงคลแก่ตัวท่าน)

 
โดยมีกฎ และ ข้อห้ามสำหรับคนปีชง คือ
1.
ห้ามเปิดกิจการใหม่ เพราะกิจการอาจจะมีแต่ปัญหา แต่หากท่านเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็ยังสามารถเริ่มงานใหม่
2.
ห้ามลาออกจากงาน เพราะคุณอาจจะว่างงานยาวๆ
3.
ห้ามซื้อรถ ซื้อบ้าน แม้แต่เป็นการจอง บางคนใช้วิธีให้คนอื่นดำเนินการให้ แต่จะบอกว่า ปีชง มันดูที่คนจ่ายเงิน ซึ่งจะส่งผลให้สิ่งที่ซื้อ สร้างปัญหาต่างๆให้กับคนที่อยู่ในช่วงปีชง
4.
ห้ามต่อเติม ตกแต่งบ้านเดิม เพราะมักจะมีปัญหาเรื่องการเงินและสุขภาพ แต่ข้อนี้มีการยกเว้นว่าสามารถแอบทำได้ แต่คนปีชง ห้ามอยู่ในวันที่ทำการ ต่อเติม ตกแต่ง และบ้านนั้น ต้องไม่เป็นทิศชง      ในปีนั้นๆด้วย
5.
ห้ามจัดงานมงคลทุกชนิด โดยเฉพาะ แต่งงาน เพราะอาจจะมีโอกาสสูงที่จะแยกย้ายกันไปคนละทิศ


แล้วคนปีชง ควรทำอย่างไร?

1. ไปทำพิธีแก้ชง ตามศาลเจ้า  แต่ต้องรอหลัง 4 ก.พ. 60 โดยทำตามความเชื่อของคนจีน การไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมได้ โดยในประเทศไทยสามารถไหว้ได้ที่วัดจีนทั่วไป เช่น วัดเล่งเน่ยยี่ (หรือวัดมังกรกมลาวาส) เป็นต้น
วันไปไหว้ควรเตรียมของไหว้ไปด้วยดังนี้
       -ส้มมงคล (ไต้กิก) 1 จาน  ไหว้เสร็จแล้วนำกลับบ้านไปกินจะได้เป็นมงคลกับตัวเอง เฮง ๆ รวย ๆ ตลอดทั้งปี
      -น้ำมันเติมตะเกียง 1 ขวด หมายถึงชีวิตจะได้รุ่งเรืองโชติช่วงตลอดทั้งปี
      -กระดาษหงิ่งเตี๋ย หรือกระดาษเงินกระดาษทอง 13 แผ่น พร้อมเทียบแดง เขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ถ้าเป็นการแก้ชงตัวเองให้นำกระดาษหงิ่งเตี๋ยมาปัดที่ตัวเอง 13 ครั้ง (ป้ออุ่ง) ปัดลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจนสุดแขน ฝากกระดาษไว้ไม่ต้องเผา เพื่อให้พระจีนได้สวดมนต์ (พะเก็ง) ทำพิธีเสริมดวงชะตาให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย เป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี

2.  เนื่องจากดาวพฤหัสบดี เป็นดาวแห่งความดีงามและผู้ใหญ่ การทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ต่างๆ เช่นการไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยนกปล่อยปลา การบริจาคโลหิต ฯลฯ ก็จะเป็นการช่วยส่งเสริมดาวพฤหัสให้มีพลังมากขึ้น

3.การไหว้พระ 9 วัด เป็นการช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิตดีขึ้น ถือว่าช่วยแก้เรื่องปีชงได้ดีเช่นกัน

4. บูชาของแก้ชง เป็นการพกติดตัวเราไปตลอดทั้งปี 


       นอกจากนี้ เราสามารถเสริมดวงชะตาด้วยการ ทำการกุศลจิตอาสาต่าง ๆ ไปบริจาคโลหิต ไปทำบุญให้กับคนตาย คนยากไร้ เช่น ทำบุญโลงศพ ร่วมบริจาคเงินจัดการงานศพให้กับผู้ไร้ญาติ
       
อย่างไรก็ดี ก.การช่าง ขอให้ทุกท่านประสพแต่เรื่องดีๆ ทั้งในเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน การเงิน แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ

ด้วยรักและห่วงใย
ก.การช่าง

(โปรดใช้วิจารณญาณเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล)

cr.
www.facebook.com/fso168
www.horoscope.kapook.com
www.infographic.kapook.com


ช่องทางการติดต่อ ก.การช่าง
ทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com
FB: ก.การช่าง
IG: kor_karnchang







วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ค่าใช้จ่ายต่างๆในการโอนบ้าน



“ซื้อบ้าน” ต้องเตรียมเงินให้มากกว่าราคาบ้าน โดยหากไม่นับ “เงินจอง” และ “เงินทำสัญญา” ที่มักรวมอยู่ในเงินดาวน์ที่ต้องจ่ายให้โครงการแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องชำระ ซึ่งส่วนใหญ่มักต้องจ่ายในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ดังนี้“ซื้อบ้าน” ต้องเตรียมเงินให้มากกว่าราคาบ้าน โดยหากไม่นับ “เงินจอง” และ “เงินทำสัญญา” ที่มักรวมอยู่ในเงินดาวน์ที่ต้องจ่ายให้โครงการแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องชำระ ซึ่งส่วนใหญ่มักต้องจ่ายในขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ดังนี้

1.ค่าธรรมเนียมการโอน ปกติชำระในอัตรา 2% ของราคาประเมินกรมที่ดิน จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ปกติผู้ซื้อแบ่งจ่ายคนละครึ่งกับโครงการ
2.ค่าจดจำนอง ปกติชำระในอัตรา 1% ของมูลค่าจดจำนอง จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์เช่นกัน
3.ค่าส่วนกลางรายเดือน ส่วนใหญ่จัดเก็บล่วงหน้าเป็นรายปี ถ้าเป็นบ้านจัดสรรคำนวณจากที่ดิน(ตารางวา) ส่วนคอนโดฯ คำนวณจากพื้นที่ห้องชุด(ตารางเมตร) อัตราที่จัดเก็บแล้วแต่โครงการกำหนด จะถูกหรือแพงหรือเป็นเท่าไหร่มักขึ้นอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในโครงการ
4.เงินกองทุน เก็บตอนโอนกรรมสิทธิ์เช่นกัน ถ้าเป็นคอนโดฯ คำนวณจากพื้นที่ห้องชุด ประมาณ 300-500 บาทต่อตารางเมตรหรือมากกว่านั้น ส่วนใหญ่คิดว่าจัดเก็บครั้งเดียว แต่จริงๆถ้าเงินก้อนนี้หมดแล้วจะเรียกเก็บอีกก็ได้ เอาไว้ใช้จ่ายงานซ่อมแซมส่วนกลางชิ้นใหญ่ๆ ส่วนกรณีเป็นบ้านจัดสรรมักรวมอยู่ในราคาบ้านแล้ว
5.ค่าประกันอัคคีภัย กรณีที่ซื้อโดยกู้เงินจากธนาคารไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดฯ ก็จะถูกบังคับทำประกันอัคคีภัยด้วย แต่ถ้าซื้อเงินสดจะทำหรือไม่ทำก็แล้วแต่เจ้าของ ค่าเบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินเอาประกัน ซึ่งคิดอัตราเริ่มต้น 0.1% และมักทำครั้งและ 3 ปี เพราะค่าเบี้ยจะถูกกว่าทำแบบปีต่อปี
6.ค่าประกันภัย (ส่วนกลาง) เป็นกรณีของอาคารชุด ซึ่งปกตินิติบุคคลจะเป็นคนทำแต่เจ้าของห้องร่วมกันจ่าย ซึ่งบางโครงการอาจจะกันเงินก้อนนี้ออกมาจากค่าส่วนกลางที่จัดเก็บรายเดือนก็ได้
จริงๆยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกพอสมควรที่ยังไม่นับรวมอยู่ในนี้ เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ตอนกู้ ค่าตรวจรับบ้าน/ห้อง เป็นต้น
1.ค่าธรรมเนียมการโอน ปกติชำระในอัตรา 2% ของราคาประเมินกรมที่ดิน จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ปกติผู้ซื้อแบ่งจ่ายคนละครึ่งกับโครงการ
2.ค่าจดจำนอง ปกติชำระในอัตรา 1% ของมูลค่าจดจำนอง จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์เช่นกัน
3.ค่าส่วนกลางรายเดือน ส่วนใหญ่จัดเก็บล่วงหน้าเป็นรายปี ถ้าเป็นบ้านจัดสรรคำนวณจากที่ดิน(ตารางวา) ส่วนคอนโดฯ คำนวณจากพื้นที่ห้องชุด(ตารางเมตร) อัตราที่จัดเก็บแล้วแต่โครงการกำหนด จะถูกหรือแพงหรือเป็นเท่าไหร่มักขึ้นอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในโครงการ
4.เงินกองทุน เก็บตอนโอนกรรมสิทธิ์เช่นกัน ถ้าเป็นคอนโดฯ คำนวณจากพื้นที่ห้องชุด ประมาณ 300-500 บาทต่อตารางเมตรหรือมากกว่านั้น ส่วนใหญ่คิดว่าจัดเก็บครั้งเดียว แต่จริงๆถ้าเงินก้อนนี้หมดแล้วจะเรียกเก็บอีกก็ได้ เอาไว้ใช้จ่ายงานซ่อมแซมส่วนกลางชิ้นใหญ่ๆ ส่วนกรณีเป็นบ้านจัดสรรมักรวมอยู่ในราคาบ้านแล้ว
5.ค่าประกันอัคคีภัย กรณีที่ซื้อโดยกู้เงินจากธนาคารไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดฯ ก็จะถูกบังคับทำประกันอัคคีภัยด้วย แต่ถ้าซื้อเงินสดจะทำหรือไม่ทำก็แล้วแต่เจ้าของ ค่าเบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินเอาประกัน ซึ่งคิดอัตราเริ่มต้น 0.1% และมักทำครั้งและ 3 ปี เพราะค่าเบี้ยจะถูกกว่าทำแบบปีต่อปี
6.ค่าประกันภัย (ส่วนกลาง) เป็นกรณีของอาคารชุด ซึ่งปกตินิติบุคคลจะเป็นคนทำแต่เจ้าของห้องร่วมกันจ่าย ซึ่งบางโครงการอาจจะกันเงินก้อนนี้ออกมาจากค่าส่วนกลางที่จัดเก็บรายเดือนก็ได้
จริงๆยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกพอสมควรที่ยังไม่นับรวมอยู่ในนี้ เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ตอนกู้ ค่าตรวจรับบ้าน/ห้อง เป็นต้น
Cr. home.co.th
ช่องทางการติดต่อ ก.การช่าง
ทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com
FB: ก.การช่าง
IG: kor_karnchang