วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

โต๊ะทำงานควรจัดแสงแบบไหน

Q.สวัสดีค่ะ
คือตอนนี้ที่บ้านค่อนข้างมีปัญหาในเรื่องของการใช้แสงกับโต๊ะทำงานค่ะ เวลาทำงานรู้สึกได้เลยว่าต้องเพ่งหน้าจอ ในบางครั้งก็จะเกิดอาการตาล้าอีกด้วยค่ะ เลยอยากถามว่าเราสามารถจัดแสงยังไงให้รู้สึกสบายตาและผ่อนคลายได้บ้างคะ
ขอบคุณค่ะ
Sitapa K.

A.สวัสดีค่ะ คุณ Sitapa สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการตาล้าในการทำงาน อาจเกิดได้จากการจัดแสงไฟให้กับโต๊ะทำงานที่ไม่ส่องสว่างมากพอ หรือในบางครั้งถ้าแสงจ้ามากเกินไปก็สามารถทำให้ต้องเพ่งสายตาเวลาทำงานได้เช่นกันค่ะ ทาง Dsign Something เลยนำวิธีแก้ปัญหาในเบื้องต้นมาฝากคุณ Sitapa ดังนี้ค่ะ
แสงจากธรรมชาติ แสงที่สบายตาที่สุดในการทำงาน
ถ้าทำงานในช่วงเวลากลางวัน ควรนำโต๊ะทำงานมาตั้งติดชิดกับหน้าต่างหรือริมระเบียงให้มากที่สุด โต๊ะทำงานควรอยู่ในบริเวณที่ได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ เพราะแสงธรรมชาติคือแสงที่สบายตาที่สุดสำหรับมนุษย์ และในบางครั้ง ถ้าแสงแดดแรงเกิน ก็สามารถนำผ้าม่านที่ปรับระดับความเข้มของแสงมาติดบริเวณโต๊ะทำงานและหน้าต่างได้ ควรจัดทิศทางให้แสงธรรมชาติเข้ามาทางด้านหน้าของโต๊ะทำงาน แต่อยู่เหนือระดับสายตา เพื่อป้องกันการเพ่งสายตาในระหว่างทำงาน หรือถ้ามีพื้นที่ไม่เพียงพอ ก็สามารถจัดทิศทางให้แสงธรรมชาติเข้ามาด้านข้างได้เช่นกัน ถ้าเราถนัดซ้ายควรจัดให้แสงเข้ามาทางด้านขวา และถ้าถนัดขวา ควรจัดให้แสงเข้ามาทางด้านซ้าย เพื่อป้องกันเงาที่จะมารบกวนในตอนทำงาน
หลอดไฟและสีของหลอดไฟที่ควรใช้
ในบางครั้ง บริเวณห้องทำงานหรือโต๊ะทำงานมีแสงสว่างจากธรรมชาติไม่เพียงพอ ก็สามารถใช้หลอดไฟฮาโลเจนและหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ นำมาใช้แทนแสงธรรมชาติได้ เพราะแสงจากหลอดไฟทั้งสองแบบนี้ มีความคล้ายคลึงกับแสงแดดและแสงในช่วงเวลากลางวันมากที่สุด แสงจะไม่สว่างจ้าหรือมืดจนเกินไป ส่วนสีของหลอดไฟควรใช้โทน Cool White เพื่อทำให้เกิดความสบายตาในขณะการทำงาน และทำให้สีจากงานไม่ผิดเพี้ยน
ความสว่างที่ควรใช้ในห้องทำงาน ควรใช้ความสว่างประมาณ 400 – 600 ลักซ์ เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนในการทำงาน ถ้าใช้ความสว่างน้อยหรือมากไปกว่านี้ จะทำให้ไม่สบายตาและยังไม่ดีต่อสายตาในการทำงานอีกด้วย
หลอดไฟสี Cool White คือสีที่ควรใช้ในห้องทำงาน ผู้ใช้งานจะรู้สึกสบายตา และไม่ต้องเพ่งตา เหมือนสี Warm White
ทำงานตอนกลางคืน ควรมีโคมไฟเพิ่มความสว่างให้กับโต๊ะทำงาน
ทำงานในช่วงเวลากลางคืน ควรหาโคมไฟตั้งโต๊ะที่สามารถปรับระดับ หรือขยับไปมา เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับโต๊ะทำงานเพิ่มเติม เพราะโคมไฟทำให้สามารถมองเห็นงานได้ชัดเจนมากขึ้น จะไม่ต้องเพ่งตาในขณะทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน หรือทำงานที่มีความละเอียดสูง เช่นวาดรูป ทำงานประดิษฐ์ เย็บปักถักร้อย เป็นต้น แสงสว่างที่ชัดเจนจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญในตอนทำงาน และควรใช้หลอดไฟสี Cool White เพื่อสร้างความสบายตาอีกด้วย ทิศทางที่ตั้งของโคมไฟก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ถ้าเป็นคนถนัดข้างขวา ควรตั้งโคมไฟไว้ด้านซ้าย และถนัดซ้าย ควรตั้งโคมไฟไว้ด้านขวา เพื่อไม่ให้เงาจากโคมไฟมาบังในขณะที่กำลังทำงานอยู่นั่นเอง
แสงไฟสะท้อน ตัวการทำให้ปวดตา
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตาในขณะทำงาน คือแสงที่สะท้อนจากโคมไฟเหนือศีรษะ การเห็นแสงสะท้อนทำให้ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานมากกว่าปกติ เมื่อนานไปอาจเกิดอาการปวดตาได้ สามารถแก้ปัญหาได้โดยการขยับโต๊ะทำงานไปในบริเวณที่ไม่เจอแสงสะท้อน หรือเปลี่ยนทิศทางของโคมไฟ และสามารถติดตั้งแสงแบบ Indirect Light แทนแสงที่ส่องสว่างโดยตรง เพื่อป้องกันการสะท้อนของแสงที่ทำให้เกิดเงาทึบข้างหลังจอภาพหรือจอคอมพิวเตอร์อีกด้วย
จากทั้ง 4 ข้อ จะเห็นได้ว่า “แสง” คือปัจจัยที่สำคัญในการเลือกทิศทางตั้งโต๊ะทำงาน ถ้าได้รับแสงสว่างที่เพียงพอ ก็สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานสงบ และเกิดความผ่อนคลาย ส่วนแสงที่มืดหรือสว่างไป ก็จะส่งผลเสียต่อสายของผู้ใช้งานโดยตรง ทั้งการเพ่งตาในการจ้องจอคอมพิวเตอร์ จนสายตาเมื่อยล้า และปวดตาในท้ายที่สุด และแสงยังส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์และความรู้สึกในการทำงานของผู้ใช้ได้ เช่น แสงธรรมชาติทำให้รู้สึกมีสมาธิ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงควรใส่ใจทิศทางในการติดตั้งแสงรวมทั้ง การวางโต๊ะทำงาน เพื่อเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพียงเท่านี้ผู้ใช้งานก็สามารถทำงานได้อย่างมีความสุขค่ะ

cr: dsignsomething.com
ช่องทางการติดต่อ
เคพี โฮมบิวเดอร์ คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
เคพี โฮมบิวเดอร์ รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
Phone: 📱0979692624 📱095-495-6444 📱099-141-9624
Line:@kphomebuilder
IG: kp_home_builder
FB: kphomebuilder
www.kp-homebuilder.com
เค พี โฮม บิวเดอร์ รับออกแบบ รับสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ 🏗 🏠 🏢
เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.00 น. - 17.00น.
"เราต้องการให้คนไทยมีบ้านคุณภาพในราคาที่ไม่แพง เสร็จตามเวลา"
#รับเหมาก่อสร้าง #ก่อสร้าง #งานก่อสร้าง #ช่างก่อสร้าง #สร้างบ้าน#บริษัทรับสร้างบ้านคุณภาพ #แบบบ้านสวย #สร้างบ้านตามความคิดคุณ#เคพีโฮมบิวเดอร์ #kphomebuilder #กการช่าง #kpassetdeveloper

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

4 แนวทางสร้างบ้านใหม่


การจะได้บ้านหลังใหม่นั้นมี 4 แนวทาง ไม่ว่าจะเป็นแนวทางที่ง่ายดายหรือหลายขั้นตอน ต่างมีข้อดีและข้อควรคำนึงที่แตกต่างกัน เราจึงควรเลือกวิธีที่เหมาะสมและสามารถตอบโจทย์เราได้ดีที่สุด 
       เมื่อเราตัดสินใจจะสร้างบ้านใหม่สักหนึ่งหลัง และได้รวบรวมความต้องการของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน ตั้งงบประมาณในใจ รวมถึงกำหนดช่วงเวลาโดยประมาณที่บ้านจะสร้างเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาสำหรับการเตรียม “แบบบ้าน” หรือ “แบบก่อสร้าง” ไปจนถึงการตัดสินใจเรื่องแนวทางการก่อสร้างบ้าน ก่อนจะดำเนินการยื่นขออนุญาตและลงมือก่อสร้างบ้านในขั้นตอนต่อไป

       4 แนวทางในการได้แบบบ้านและสร้างบ้านใหม่ ได้แก่ การใช้บริการทีมสถาปนิกออกแบบและจัดหาผู้รับเหมา การใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน การใช้แบบบ้านฟรี/ซื้อแบบบ้านและจัดหาผู้รับเหมา และการซื้อบ้านสำเร็จรูป ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อควรคำนึงที่แตกต่างกันไป

1. การใช้บริการทีมสถาปนิกออกแบบและจัดหาผู้รับเหมา
การใช้บริการหรือว่าจ้างทีมสถาปนิกออกแบบบ้าน (จะมีทั้งรูปแบบบริษัท (บริษัทออกแบบ) หรือจ้างสถาปนิกอิสระ) ทำให้เราได้แบบบ้านที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและลักษณะเฉพาะตัวของที่ดินแต่ละผืน ผังตัวบ้านเหมาะสมสอดคล้องกับทิศทางแดดลม ตอบโจทย์ความต้องการและวิถีชีวิตของสมาชิกในบ้านได้มากกว่าแบบอื่นๆ และมีรูปแบบไม่ซ้ำใคร ซึ่งสถาปนิกจะออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างบ้าน (ความสูงอาคาร ระยะถอนร่น การเว้นที่ว่างโดยรอบอาคาร เป็นต้น) โดยจะทำงานประสานกับวิศวกรที่เกี่ยวข้อง ทั้งงานโครงสร้าง งานระบบไฟฟ้า ระบบประปาสุขาภิบาล ฯลฯ เพื่อให้ได้แบบก่อสร้างที่สมบูรณ์  พร้อมลงนามรับรองแบบเพื่อยื่นขออนุญาตก่อสร้าง รวมถึง*จัดทำเอกสารราคากลางค่าก่อสร้าง เป็นที่ปรึกษาตลอดช่วงเวลาการก่อสร้าง และ*เข้ามาดูงานก่อสร้างเป็นระยะ (*ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญาว่าจ้าง)

สำหรับแนวทางนี้ เจ้าของบ้านจะต้องเผื่อเวลาช่วงการออกแบบและจัดทำแบบ รวมถึงเตรียมงบประมาณสำหรับค่าบริการตามมาตรฐานวิชาชีพด้วย นอกจากนี้ ต้องจัดหาผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานก่อสร้างเอง โดยสถาปนิกจะเป็นที่ปรึกษาในการคัดเลือก และในระหว่างงานก่อสร้างควรหลีกเลี่ยงการปรับแก้แบบจากแบบก่อสร้างที่จัดทำไว้ เพื่อควบคุมงบประมาณให้เป็นไปตามที่กำหนด (ควรปรับแก้แบบจนเป็นที่พอใจมากที่สุดก่อนลงมือก่อสร้าง)

*ควรเลือกสถาปนิกและวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่องานที่มีมาตรฐาน
ภาพ: การใช้บริการทีมสถาปนิกออกแบบจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการและขนาดที่ดินแต่ละที่ได้มากกว่าแบบอื่นๆ แต่มีค่าใช้จ่ายในการให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ
ภาพ: บ้านที่ออกแบบโดยสถาปนิก
ขอขอบคุณ: คุณพรทิพย์ ล้อสีทอง
2. การใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน
       อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเจ้าของบ้านคือการว่าจ้างบริษัทรับสร้างบ้านซึ่งเป็นบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา จัดทำแบบ และก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์เป็นบ้านหนึ่งหลัง มีทั้งสถาปนิก วิศวกร และทีมงานก่อสร้างครบถ้วน แต่ละบริษัทรับสร้างบ้านอาจจะมีวิธีการก่อสร้างที่แตกต่างกัน หรือมีความเฉพาะตัว เช่น บ้านที่ก่อสร้างด้วยระบบโครงสร้างสำเร็จรูป บ้านประหยัดพลังงานที่ใช้วัสดุลดความร้อน บ้านระบบโมดูลาร์ เป็นต้น โดยรูปแบบบริษัทรับสร้างบ้านจะมีอยู่ 2 รูปแบบ รูปแบบแรกคือมีแบบบ้านสำเร็จรูปที่ออกแบบไว้แล้วให้เลือก และก่อสร้างตามแบบนั้นๆ เจ้าของบ้านไม่สามารถปรับแก้แบบได้ หรืออาจทำได้เพียงเล็กน้อย โดยแต่ละแบบจะมีหลายราคาตามสเปควัสดุที่เลือกใช้ รูปแบบที่สองคือมีบริการออกแบบโดยสถาปนิกและก่อสร้างตามแบบ แต่แบบบ้านที่ได้อาจไม่หวือหวาหรือมีแนวคิดโดดเด่นมากนัก เพราะต้องยึดตามวิธีการก่อสร้างบ้านที่บริษัทชำนาญเป็นหลัก

       แนวทางนี้มีข้อดีคือสามารถคุมงบประมาณได้ค่อนข้างแน่นอน เจ้าของบ้านติดต่อกับบริษัทรับสร้างบ้านที่เดียวจบ ไม่ต้องจัดหาผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงานก่อสร้างเอง แต่ควรหาที่ปรึกษาคนกลางระหว่างเรากับบริษัทเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้งานก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น

*ควรเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความน่าเชื่อถือ มีประวัติผลงานที่ดี 
ภาพ: การใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน สะดวกต่อเจ้าของบ้านและช่วยคุมงบประมาณได้ดี
ภาพ: ตัวอย่างบ้านระบบโมดูลาร์พร้อมบริการแบบครบวงจรจาก SCG HEIM
3. การใช้แบบบ้านฟรี ซื้อแบบบ้านและจัดหาผู้รับเหมา
       แบบบ้านฟรีคือแบบบ้านที่เราได้มาจากแหล่งต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ละแบบอาจมีรายละเอียดมากน้อยแตกต่างกัน แบบที่ไม่ละเอียดอาจจะมีเพียงแบบแปลนแต่ละชั้น รูปตัด รูปด้าน ภาพสามมิติหรือทัศนียภาพ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแบบสถาปัตยกรรมที่ยังขาดรายละเอียดอีกมาก และยังไม่มีแบบโครงสร้างและแบบงานระบบที่เกี่ยวข้องด้วย จึงยังไม่สามารถนำไปใช้ก่อสร้างได้ จะต้องว่าจ้างทีมออกแบบให้พัฒนาแบบและจัดทำแบบก่อสร้างเพิ่มเติม ส่วนแบบที่มีรายละเอียดครบถ้วน ส่วนใหญ่จะสามารถนำไปก่อสร้างได้ โดยอาจมีการปรับแบบบางส่วนเพื่อให้เหมาะกับสภาพที่ดินของเรา สำหรับแบบบ้านที่เราซื้อมา จะเป็นแบบบ้านที่มีรายละเอียดครบถ้วน สามารถนำไปก่อสร้างได้จริงเช่นกัน โดยสามารถเลือกซื้อเอกสารราคากลางค่าก่อสร้าง (BOQ) เพิ่มเติมได้ เพื่อนำไปให้ผู้รับเหมาประกวดราคาค่าก่อสร้าง

       ทั้งแบบบ้านฟรีและแบบบ้านซื้อ ส่วนใหญ่จะให้มาพร้อมค่าก่อสร้างที่ทำให้เรารู้งบประมาณคร่าวๆ ได้ แนวทางนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องแบบก่อสร้างลง และยังมีแบบบ้านที่มองเห็นภาพชัดเจนให้เลือกมากมาย แต่แบบบ้านที่ได้ก็อาจจะไม่เหมาะสมลงตัวกับที่ดินของเรา หรืออาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกทุกคนในบ้านได้ครบถ้วน และเมื่อเราได้แบบบ้านที่พร้อมก่อสร้างแล้ว จะต้องจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่ไว้ใจได้ (เช่นเดียวกับแนวทางการใช้บริการสถาปนิกออกแบบ) เพื่อให้เป็นไปตามแบบก่อสร้างและตามแผนงานที่กำหนด ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจเลือกแบบบ้านที่ต้องการ เจ้าของบ้านควรศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายควบคุมอาคารโดยเฉพาะเรื่องระยะถอยร่นต่างๆ ไว้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการคัดเลือกแบบบ้านในเบื้องต้น

* หากแบบบ้านที่ได้มามีการออกแบบโครงสร้างใต้ดินไว้แล้ว ควรให้วิศวกรพิจารณาอีกครั้งว่าเหมาะกับสภาพหรือลักษณะดินในพื้นที่ของเราหรือไม่
 
ภาพ: แบบบ้านฟรี/ซื้อแบบบ้าน มีข้อดีคือช่วยลดค่าจัดทำแบบ แต่อาจไม่สัมพันธ์กับขนาดที่ดินและไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกทุกคนในบ้านได้
ภาพ: ตัวอย่างแบบบ้านฟรี SCG
4. การซื้อบ้านสำเร็จรูป 
       “บ้านสำเร็จรูป” หรือที่เรียกกันว่า บ้านพรีแฟบ (Prefab) บ้านน็อคดาวน์ (Knock Down) เป็นบ้านที่ผลิตชิ้นส่วนจากโรงงาน และนำมาติดตั้งหรือประกอบในพื้นที่ก่อสร้าง สามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว ควบคุมงบประมาณได้ดี โครงสร้างบ้านมักเป็นวัสดุเบาอย่าง เหล็ก ไม้ หรืออาจเป็นบ้านที่ปรับจากตู้คอนเทนเนอร์ ทั้งนี้ เจ้าของบ้านมักจะต้องเตรียมโครงสร้างใต้ดิน (เสาเข็ม ฐานราก) ระบบไฟฟ้า และระบบประปาสุขาภิบาลรองรับไว้ก่อน

       สำหรับบ้านสำเร็จรูปโดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนแบบบ้านได้ รวมถึงวัสดุก่อสร้างก็มักจะถูกกำหนดตายตัวเป็นมาตรฐาน เจ้าของบ้านอาจเปลี่ยนได้เพียงสีสัน หรือรุ่นตามที่บริษัทกำหนดเท่านั้น นอกจากนี้ ควรพิจารณาเรื่องที่ตั้งหรือไซต์ก่อสร้างว่ารถหกล้อหรือรถเครนสามารถเข้าถึงได้หรือไม่ (เนื่องจากจะต้องใช้รถหกล้อหรือรถเครนที่มีขนาดใหญ่ในการขนส่งบ้าน หรือชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำมาประกอบเป็นบ้าน) มีความสะดวกในการเดินทางขนส่งมากน้อยเพียงใด (หากอยู่ในซอยลึก ถนนแคบ เข้าถึงยาก จะไม่เหมาะกับบ้านสำเร็จรูป) รวมถึงมีข้อจำกัดหากต้องการปรับปรุงหรือต่อเติมในอนาคต
 
ภาพ: แบบบ้านที่ได้จากการซื้อบ้านสำเร็จรูปนั้น จะมีแบบให้เลือกค่อนข้างจำกัด
เมื่อตัดสินใจเลือกวิธีการจนได้แบบบ้านหรือแบบก่อสร้างที่สมบูรณ์แล้ว ก็สามารถเตรียมตัวสำหรับการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง และหาผู้รับเหมาได้เลย
 
*การยื่นขออนุญาตก่อสร้าง สำหรับบ้านพักอาศัยไม่เกินสองชั้นและมีพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวรวมกันไม่เกิน 150 ตารางเมตร จะได้รับการยกเว้นในการแนบแบบก่อสร้างในการขออนุญาตก่อสร้าง โดยแนบเฉพาะผังบริเวณแสดงที่ตั้งอาคารโดยสังเขป และสำเนาเอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน พร้อมใบคำขออนุญาตก่อสร้าง และไม่จำเป็นต้องมีสถาปนิกควบคุมงาน 
CR: scgbuildingmaterials.com

ช่องทางการติดต่อ
เคพี โฮมบิวเดอร์ คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
เคพี โฮมบิวเดอร์ รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
Phone: 📱0979692624 📱095-495-6444 📱099-141-9624
Line:@kphomebuilder
IG: kp_home_builder
FB: kphomebuilder
www.kp-homebuilder.com
เค พี โฮม บิวเดอร์ รับออกแบบ รับสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ 🏗 🏠 🏢
เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.00 น. - 17.00น.
"เราต้องการให้คนไทยมีบ้านคุณภาพในราคาที่ไม่แพง เสร็จตามเวลา"
#รับเหมาก่อสร้าง #ก่อสร้าง #งานก่อสร้าง #ช่างก่อสร้าง #สร้างบ้าน#บริษัทรับสร้างบ้านคุณภาพ #แบบบ้านสวย #สร้างบ้านตามความคิดคุณ#เคพีโฮมบิวเดอร์ #kphomebuilder #กการช่าง #kpassetdeveloper

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561

รีโนเวทบ้านหรือสร้างใหม่ อะไรดีกว่ากัน

       รีโนเวทบ้านหรือสร้างใหม่ อะไรดีกว่ากัน 



       บ้าน เมื่ออยู่อาศัยไปซักระยะหนึ่ง ก็อาจทรุดโทรมลงไปบ้างตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเกิดการรั่วซึมตามจุดต่างๆ บ้านมีรอยร้าว หรือบางอย่างเก่าไปใช้งานไม่ได้ดีเหมือนเก่า 

        แต่หากเรายังต้องการอยู่ที่นี่ต่อไป เพราะบ้านนี้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและมีความสะดวกสบายในด้านต่างๆ เช่น สภาพแวดล้อมดี เดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ใกล้ทางด่วน คงถึงเวลาที่ต้องคิดว่าจะซ่อมแซมปรับปรุงให้ดี หรือจะทุบแล้วสร้างใหม่ให้ตรงกับความต้องการ


cr: scgbuildingmaterials.com




ช่องทางการติดต่อ
เคพี โฮมบิวเดอร์ คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
เคพี โฮมบิวเดอร์ รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
Phone: 📱0979692624 📱095-495-6444 📱099-141-9624
Line:@kphomebuilder
IG: kp_home_builder
FB: kphomebuilder
www.kp-homebuilder.com
เค พี โฮม บิวเดอร์ รับออกแบบ รับสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ 🏗 🏠 🏢
เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.00 น. - 17.00น.
"เราต้องการให้คนไทยมีบ้านคุณภาพในราคาที่ไม่แพง เสร็จตามเวลา"
#รับเหมาก่อสร้าง #ก่อสร้าง #งานก่อสร้าง #ช่างก่อสร้าง #สร้างบ้าน#บริษัทรับสร้างบ้านคุณภาพ #แบบบ้านสวย #สร้างบ้านตามความคิดคุณ#เคพีโฮมบิวเดอร์ #kphomebuilder #กการช่าง #kpassetdeveloper