วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

พื้นห้องน้ำรั่วซึม ปัญหาหนักใจของคนมีบ้าน

พื้นห้องน้ำรั่วซึม

ปัญหาหนักใจของคนมีบ้าน


   ห้องน้ำเป็นจุดที่มักจะพบปัญหาการรั่วซึม ปัญหานี้มักพบบ่อยในบ้านสองชั้น ที่มีห้องน้ำอยู่ชั้นสองของบ้าน จะพบว่าจากตำแหน่งห้องน้ำชั้นสองจะมีรอยรั่วของน้ำซึมลงมาบริเวณฝ้าชั้นล่าง 
สาเหตุของปัญหาพื้นห้องน้ำรั่วที่พบบ่อย
  1. มีการเจาะพื้นห้องน้ำ เพื่อวางท่อต่างๆ เช่น ท่อระบายน้ำทิ้ง ซึ่งอยู่บริเวณมุมของห้องน้ำและมีตะแกรงปิดอยู่ หรือท่อใต้ชักโครก เมื่อช่างเจาะแล้วก็จะต่อท่อต่างๆ ขึ้นมา อาจจะเกิดช่องว่างระหว่างท่อกับพื้นห้องน้ำ ส่วนมากช่างจะเอาเศษวัสดุหรือเศษกระดาษมาอุดรอบๆ ท่อ แล้วจึงใช้ปูนซีเมนต์มาอุดรอบๆ ท่ออีกที เหตุนี้จึงอาจทำให้เกิดการรั่วซึมบริเวณรอบๆ ท่อได้ 
  2. ก่อนปูพื้นกระเบื้องห้องน้ำ ช่างต้องเทกันซึมให้ก่อนปูกระเบื้อง แต่บ้านบางหลังก็พบแจ็คพอตช่างไม่ได้เทกันซึมให้ พื้นห้องน้ำจึงรั่วซึมได้ง่าย
  3. หรืออีกข้อคือห้องน้ำที่ใช้ผ่านการใช้งานมาหลายปี ปูนยาแนวตามร่องกระเบื้องจะร่อนออกทำให้เป็นสาเหตุให้น้ำรั่วซึมได้
วิธีแก้ไข
  1. เปิดฝ้าชั้นล่าง ดูตำแหน่งท่อจากชักโครก และท่อระบายน้ำทิ้งว่ามีรอยน้ำรั่วซึมตามท่อหรือไม่
    วิธีการตรวสอบง่ายๆ คือใช้กระดาษทิชชูพันรอบๆ ท่อ แล้วทิ้งไว้ จากนั้นทดลองใช้ห้องน้ำตามปกติ ดูว่ากระดาษทิชชูเปียกหรือเปล่า ถ้าเปียกแสดงว่าเกิดการรั่วซึมบริเวณรอบ ๆ ท่อ
    ถ้าเกิดจากสาเหตุนี้ ให้นำกระดาษรอบๆ ท่อออก ผสมปูนซีเมนต์กับน้ำ และน้ำยากันซึมให้เหลวพอประมาณ เทรอบๆ ท่อ บริเวณที่เอากระดาษออก โดยเทให้สูงกว่าปากท่อที่ตัดออก และปล่อยน้ำปูนให้แห้งพอหมาดๆ ทิ้งไว้จนแห้ง จึงเอาเศษท่อที่ครอบไว้ออก ติดตั้งชักโครก หรือ ปูกระเบื้องพื้นห้องน้ำให้เหมือนเดิม แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย
  2. ขูดปูนยาแนวกระเบื้องออกให้หมด ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเศษวัสดุใต้กระเบื้องออก ผสมปูนซีเมนต์ และน้ำยากันซึม เทน้ำปูนใส่ตามร่องกระเบื้องให้เต็มทุกแผ่น พอน้ำปูนหมาดๆ ใช้เกรียงยางปาดน้ำปูนลึกเป็นร่องต่ำกว่ากระเบื้องเล็กน้อยเพื่อยาแนวกระเบื้อง ปล่อยให้แห้งสนิทแล้วใช้ปูนยาแนว ยาแนวให้หมดทุกพื้นที่แล้วปล่อยให้แห้ง จึงใช้ห้องน้ำได้ อันนี้เป็นวิธีแก้ไข ในกรณีที่ช่างลืมเทกันซึม หรือห้องน้ำที่ยาแนวหลุดร่อนแล้ว


cr:
decor.mthai.com

ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ใช้แอร์อย่างไรให้ถูกวิธี ?

ใช้แอร์อย่างไรให้ถูกวิธี ?


       หลายๆสาเหตุของเครื่องปรับอากาศ มีข้อบกพร่อง อาจเกิดจากเพียงแค่สกปรกหรือตันจาการสะสมของฝุ่นละออง แต่ถ้าปล่อยไว้นานปัญหาเล็กๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ หรือเป็นจุดเริ่มต้นของเครื่องปรับเสีย ยิ่งทิ้งไว้นานก็ยิ่งลุกลามจนอาจจะต้องเปลี่ยนเครื่อง เนื่องจากไม่สามารถเยียวยาได้ นี้ก็คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องล้างเครื่องปรับอากาศ นั่นก็คือเราจะเสียเงินค่าบำรุงรักษาน้อยกว่าการเสียเงินเพื่อซ่อมแซมนั่นเอง

- หมั่นล้างแอร์ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยช่างผู้ชำนาญทุก 4-6 เดือน และถอดหน้ากากแอร์ออกมาล้างเอง เป็นประจำ เดือนละครั้ง เพื่อให้แอร์ทำงาน ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไม่มีฝุ่นอุดตัน ซึ่งนอกจาก ช่วยยืดอายุการใช้งานแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าไฟได้ 10%

- ตั้งอุณหภูมิแอร์ ต้องไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และทดลองตั้งที่ 26-27 องศาเซลเซียส แล้วใช้พัดลมเบอร์ 5 พัดกระจายความเย็น ก็จะช่วยให้ประหยัดไฟฟ้าได้ถึง 10-30% เลยทีเดียว

- ปรับทิศทางของช่องจ่ายลมเย็น และความแรงของลมให้เหมาะสม กับตำแหน่งที่ต้องการ เพื่อจะได้เย็นเร็วขึ้น และไม่ต้องปรับอุณหภูมิให้เย็นขึ้น เพราะจะทำสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้า

- ก่อนเปิดแอร์ให้เปิดประตู หน้าต่างให้อากาศภายนอก เข้าไปแทนที่อากาศภายในห้องเป็นการถ่ายเทความร้อน สัก 15 นาที เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมระบายอากาศ และแอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

- ปิดประตู หน้าต่างให้สนิทขณะเปิดแอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศร้อน หรือความชื้นจากภายนอกเข้ามา เพราะจะทำให้ เครื่องปรับอากาศ ทำงานหนักขึ้น

- ไม่ควรนำความชื้นเข้าไปในห้องแอร์ เช่น ไม่นำผ้าเปียกๆเข้าไปตาก ไม่ควรวางกระถางต้นไม้ ไว้ในห้องที่มีแอร์ และไม่ควรเปิดบานเกล็ด ระบายอากาศของประตูห้องน้ำ เพราะไม่เช่นนั้น แอร์จะทำงานหนัก ในการต้องรีดความชื้น ออกจากห้อง ทำให้ต้องสูญเสียพลังงานไปโดยใช่เหตุ

-เลือกขนาดบีทียู / ขนาดความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ให้พอดี

ถ้าเราเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดบีทียู ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง อาจทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป 
ขนาดความเย็นของเครื่องปรับอากาศ (บีทียู) คือขนาดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ (British Themal Unit) มีหน่วยดังนี้ 1 ตัน = 12000 BTU ดังนั้นเราควรเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้มีขนาดพอเหมาะกับ ห้องที่จะทำการติดตั้งซึ่งเป็นความสำคัญอันดับแรกในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ

ตารางการเปรียบเทียบการเลือกขนาด BTU กับพื้นที่ห้อง


วิธีการคำนวณหาค่าบีทียูแบบง่ายๆด้วยตนเอง
บีทียู = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ค่าตัวแปร
ค่าตัวแปร = ค่าความร้อน แบ่งออกได้ 2 ระดับคือ
700 – 800 ห้องที่มีความร้อนน้อย (ห้องที่ไม่โดนแดดหรือโดนแดดเล็กน้อย หรือห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ ช่วงกลางคืน)
900 – 1200 ห้องที่มีความร้อนปานกลาง – มาก (หรือห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศช่วงกลางวันเป็นหลัก)
*** ถ้าหากเพดานห้องสูงกว่า 2.5 เมตร ขึ้นไปให้บวกค่าบีทียูเพิ่มขึ้นอีก 5% จากค่าปกติ***


cr:
sites.google.com/site/changxaersinghburi
hieffcooling.co.th

ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com


วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

20 พันธุ์ไม้ ปลูกในบ้าน ช่วยฟอกอากาศได้

20 พันธุ์ไม้ ปลูกในบ้าน ช่วยฟอกอากาศได้ 

 

1. ปาล์มสิบสองปันนา (Dwarf Date Palm)
ปาล์มสิบสองปันนา 

ปาล์มสิบสองปันนา : เป็น พรรณไม้ตระกูลปาล์มมีลำต้นเดี่ยว ส่วนยอดของลำต้นมีกาบใบแตกออกมา ต้นไม้ชนิดนี้สามารถปลูกได้ทั้งกลางแจ้ง แต่ก็สามารถเจริญเติบโตได้ในที่ที่มีแสงน้อย และสามารถดูดสารพิษในอากาศภาย ในอาคารได้ดี โดยเฉพาะสารไซรีน


2. บอสตันเฟิร์น (Boston Fern)
บอสตันเฟิร์น 

บอสตันเฟิร์น : เป็น พืชที่ต้องการความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำ สีของใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และร่วงอย่างรวดเร็ว จึงควรหมั่นรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นหรือฉีดพ่นด้วยละอองน้ำสม่ำเสมอ ที่สำคัญบอสตันเฟิร์นยังเป็นไม้ประดับที่ช่วยทำความสะอาดอากาศภายในอาคารได้ ดี สามารถดูดสารพิษได้มาก โดยเฉพาะสารจำพวกฟอร์มาดีไฮด์


3. เศรษฐีเรือนใน (Spider Plant)
เศรษฐีเรือนใน
เศรษฐีเรือนใน : เป็นไม้กอขนาดเล็กที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยปลูกในกระถางแขวนหรือปลูกเป็นพืชคลุมดินก็ได้ 


4. เฟิร์นดาบออสเตรเลีย (Kimberley Queen Fern)
เฟิร์นดาบออสเตรเลีย
เฟิร์นดาบออสเตรเลีย : เป็น เฟิร์นที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีก้านใบยาวบางครั้งอาจยาวถึง 1 เมตร ใบมีสีเขียวสด ก้านใบมีสีน้ำตาล ก้านใบแข็ง ใบจะขึ้นหนาทึบไม่มีดอก สามารถดูดสารพิษจำพวกฟอร์มาดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ได้ดีมาก


5. แก้วกาญจนา (Chinese Evergreen)
แก้วกาญจนา 

แก้วกาญจนา : เป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ทนทาน แม้ในที่ที่มีสภาพแห้งแล้งและความชื้นต่ำ รวมทั้งสามารถเจริญงอกงามได้ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย ถึงแม้เขียว หมื่นปีจะมีความสามารถในการดูดสารพิษไม่มากนัก คืออยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็มีอัตราการคายความชื้นสูงช่วยให้บ้านชุมชื่นยิ่งขึ้น


6. ปาล์มใบไผ่ (Bamboo Palm)
ปาล์มใบไผ่ 

ปาล์มใบไผ่ : เป็น พืชที่เติบโตค่อนข้างช้า แต่มีความโดดเด่นที่เลี้ยงง่าย ทนทานแม้จะขาดแคลนน้ำและแสงแดดหรือตั้งอยู่ในที่ทึบแสงเป็นเวลานานๆ ก็ยังสามารถอยู่ได้ แต่ด้วยลำต้นที่เล็กต้นปาล์มใบไผ่อาจจะดูดสารพิษได้น้อยกว่าพืชชนิดอื่นๆ


7. ไทรย้อยใบแหลม (Weeping Fig)
 ไทรย้อยใบแหลม
ไทรย้อยใบแหลม : เป็น พรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในบ้านเรือนและอาคาร สำนักงานต่างๆ เพราะลักษณะของทรงพุ่มและใบสีเขียวสดห้อยย้อยมีความสวยงาม ไทรย้อยใบแหลมนอกจากจะเป็นพืชที่ปลูกง่ายแล้วยังช่วยดูดสารพิษในอากาศได้อีก ด้วย โดยเฉพาะสารพิษจำพวกฟอร์มัลดิไฮด์ รวมทั้งมีอัตราการคายความชื้นที่ดี


8. พลูด่าง ( Golden Pothos )
พลูด่าง 

พลูด่าง : เป็น ไม้เลื้อย ที่ลำต้นมีรากงอกออกมาตามข้อ ใบกลมป้อมคล้ายรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบโค้งมนเล็กน้อย ใบมีสีเขียวและมีรอยด่างสีเหลืองอยู่ที่ใบทำให้ดูสวยงาม หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าพลูด่างสามารถดูดสารพิษในอากาศได้เช่นกัน


9. หน้าวัว (Flamingo Lily)
หน้าวัว 

หน้าวัว : เป็น ไม้พุ่มเตี้ย มีอายุหลายปี เป็นไม้ดอกที่มีรูปร่างแปลกตา สีสันสดสวย ออกดอกได้ตลอดปี ใบเป็นรูปหัวใจคล้ายใบบอน ถ้าปลูกภายในบ้านหรืออาคารสำนักงานควรวางในที่ที่ สามารถรับแดดได้บ้างพอสมควร รดน้ำวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและตอนเย็น ในฤดูร้อนและฤดูหนาวความชื้นในอากาศมีน้อย ควรรดน้ำเพิ่มในช่วงบ่าย การให้ปุ๋ยนิยมให้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยเคมีละลายน้ำ


10. เสน่ห์จันทร์แดง (Araceae) 
 เสน่ห์จันทร์แดง

เสน่ห์จันทร์แดง : เป็นไม้ประดับที่มีรูปทรงสวยงามด้วยความโดดเด่นของใบรูปหัวใจที่มีสีเขียว เข้มตัดกับสีแดงเข้มของก้านใบ แต่เป็นพืชไม่ค่อยทนทานจึงต้องการการดูแลรักษาพอสมควร เสน่ห์จันทน์แดงเป็น ไม้ประดับที่มีความสามารถสูงในการดูดสารพิษในอากาศโดยเฉพาะสารพิษจำพวก แอมโมเนีย และยังเป็นต้นไม้ที่คนนิยมปลูกไว้เสริมมงคล ตามความเชื่อที่ว่าปลูกไว้แล้วจะโชคดี ถ้านำมาตั้งไว้ในร้านค้าจะค้าขายดีมีกำไรเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมแก่คนทั่วไป


11. จั๋ง (Broadleaf Lady Palm)
จั๋ง 

จั๋ง : เป็นพืช ในตระกูลปาล์ม มีการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า แต่เป็นพืชที่เลี้ยงง่าย ทนแล้งได้ดี เจริญเติบโตได้แม้ในที่ที่มีอากาศแห้งแล้งหรือขาดน้ำเป็นเวลาหลายๆ วัน ทนต่อโรคและแมลงได้ดี แต่ต้องการแสงแดดพอสมควร


12. เยอบีร่า (Barberton Daisy)
เยอบีรา 

เยอบีร่า : เป็น ไม้ประดับที่มีดอกสีสวยสดใส และคงทนอยู่ได้นานแม้จะตัดออกมาปักแจกันแล้วก็ยังอยู่ได้นานหลายวัน จึงเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาประดับภายในอาคาร เพราะไม่เพียงแต่ความสวยเท่านั้น เยอบีร่ายังมีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษภายในอาคารได้อย่างดีเยี่ยมอีก ด้วย


13. วาสนา (Janet Craig)
วาสนา  

วาสนา : เป็น พรรณไม้ยืนต้น ลำต้นกลมตรงมีข้อถี่ไม่มีกิ่งก้าน ลำต้นมีสีน้ำตาลใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกจากลำต้นส่วนยอดเรียงซ้อนกันเวียนรอบลำ ต้นเป็นรูปวงกลมลักษณะใบเรียวยาว วาสนาราชินีเป็นไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่ ดูดสารพิษภายในอาคารจำพวกฟอร์มาดีไฮด์และไตรคลอโรเอทธีลีน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


14. ตีนตุ๊กแกฝรั่ง (English Ivy)
ตีนตุ๊กแกฝรั่ง 

ตีนตุ๊กแกฝรั่ง : เป็น ไม้เลื้อยที่เกาะอาศัยตามต้นไม้ใหญ่ นิยมปลูกติดกับกำแพงให้เลื้อยคลุมทั่วทั้งกำแพง เป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัด แต่ก็สามารถปรับตัวให้อยู่ในที่มีแสงแดดรำไร ตีนตุ๊กแกเจริญเติบโตได้ดีใน ดินที่ร่วนซุยและดินปนทราย ชอบแสงแดดจัด แต่ก็สามารถปรับตัวให้อยู่ในที่มีแสงแดดรำไร ขยายพันธุ์ด้วยการชำกิ่งหรือทับกิ่ง มีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจำพวกสารเบนซิน


15. ลิ้นมังกร (Variegated Snake Plant) 
ลิ้นมังกร 

ลิ้นมังกร : ถึงแม้คุณสมบัติในการดูดสารพิษของลิ้นมังกรจะไม่มากนัก แต่คุณสมบัติเด่นของลิ้นมังกรคือเป็นพืชที่คายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืนและ ดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป จึงเหมาะที่จะปลูกไว้ในห้องนอน


16. เงินไหลมา (Arrowhead Vine)
เงินไหลมา 

เงินไหลมา : เป็นพรรณไม้เลื้อยที่มีเถาว์ยาว มีลำต้นกลมสีเขียว ผิวลำต้นเกลี้ยง มีข้อห่างๆ รากออกตามข้อลำต้น แต่ละข้อจะมีกาบใบหุ้มอยู่ เงินไหลมาควรปลูกในที่ร่มที่มีแสงส่องถึง ต้องการน้ำมากและความชื้นสูง เป็นไม้ประดับที่มีความสามารถในการดูดสารพิษภายในอาคารได้พอสมควร แต่อัตราการคายความชื้นสูงจึงช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่อากาศ


17. เดหลี (Peace Lily)
 เดหลี  

เดหลี : เป็นไม้ประดับที่โดดเด่นมากชนิดหนึ่ง เนื่องจากให้ดอกสีขาวที่สวยงาม จึงเป็นที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับภายในอาคาร เป็นไม้ที่คายความชื้นสูง ในขณะที่มีความสามารถสูงในการดูดพิษภายในอาคาร เดหลีเป็นไม้ประดับที่มีใบสีเขียวเข้มมันเป็นวาว ดอกเป็นช่อสีขาวหรือขาวแกมเหลือง กาบหุ้มช่อดอกมีสีขาวคล้ายดอกหน้าวัว


18. เบญจมาศ (Chrysanthemum)
เบญจมาศ 

เบญจมาศ : เป็น ไม้ล้มลุกขนาดเล็กที่ดอกมีสีสันสดใสทำให้บรรยากาศภายในสดชื่นสว่างไสว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของเบญจมาศแล้วเบญจมาศยังเป็นไม้ประดับที่มีความน่าสนใจ มาก อันเนื่องมาจากประสิทธิภาพในการดูดสารพิษสูงมาก จำพวกสารพิษ ฟอร์มาดีไฮด์ เบนซีน และแอมโมเนีย


19. เข็มริมแดง (Dragon Tree)
เข็มริมแดง 

เข็มริมแดง :  เป็นไม้ประดับที่มีรูปทรงแปลกตา มีใบแหลมเป็นพุ่มแตกออกจากตอหรือลำต้นที่ตั้งตรง และเป็นไม้ประดับที่เด่นด้วยสีสันของใบ ที่มีทั้งเขียว เหลือง แดงอยู่ในใบเดียวกัน แต่ขอบใบจะเป็นสีแดงซึ่งทำให้เป็นที่มาของชื่อ เป็นพืชที่มีความทนทานมาก ปลูกได้ดีแม้ในที่ที่มีแสงน้อย เข็มริมแดงเป็นไม้ประดับที่มีความสามารถสูง ในการดูดสารพิษในอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารพิษจำพวกไซรีนและไตรครอโรเอทไทรีน


20. หางจระเข้ (Aloe Vera)
หางจระเข้ 

หางจระเข้ : เป็น พรรณไม้ที่ได้รับความนิยมและรู้จักอย่างกว้างขวางเพราะเป็นพืชสมุนไพรที่ให้ ประโยชน์กับมนุษย์อย่างมาก โดยเฉพาะสรรพคุณทางยาที่ใช้รักษาแผล นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพสูงในการดูด สารพิษจำพวก ฟอร์มัลดีไฮด์ ได้อีกด้วย
เรียกได้ว่า 20 พันธุ์ไม้ ที่เรานำมาฝากในวันนี้ นอกจากจะปลูกไว้ตกแต่งบ้านแล้ว ยังมีประโยชน์ ช่วยฟอกอากาศ แถมยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับบ้านของเราอีกด้วย

.....................................................

Cr. decor.mthai.com
ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

จัดไปชุดใหญ่! วิธีทำความสะอาดถังพักน้ำ



ถังพักน้ำ หรือแท้งค์น้ำเป็นอุปกรณ์ที่หลายบ้านควรมีไว้ในบ้านเพราะเป็นแหล่งสำรองน้ำที่ดีเยี่ยมเวลาน้ำประปาไม่ไหล น้ำไม่เพียงพอในการใช้งานค่ะ แต่เจ้าถังพักน้ำที่ว่าก็ใหญ่เหลือเกินจะทำความสะอาดแต่ละทีก็แสนจะยากลำบาก  วิธีทำความสะอาดถังพักน้ำ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ

วิธีทำความสะอาดถังพักน้ำ : ใส่น้ำให้เต็มถังพักน้ำ แล้วใส่คลอรีนน้ำหรือคลอรีนผง โดยให้ใช้ ปริมาณคลอรีน / ปริมาณน้ำ ตามสัดส่วนดังนี้
 คลอรีนชนิดน้ำ 5 %
ควรใช้น้ำยาคลอรีน 100 ซี.ซี./น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร (คิว)
– คลอรีนชนิดน้ำ 10 %
ควรใช้น้ำยาคลอรีน 50 ซี.ซี./น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร (คิว)
– คลอรีนชนิดผง
ควรใช้ประมาณ 8 กรัม/น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร (คิว)
หลังจากนั้นกวนน้ำและคลอรีนให้เข้ากันเพื่อให้คลอรีนทำปฏิกิริยากับน้ำอย่างทั่วถึง แช่ไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วจึงปล่อยน้ำคลอรีนออกจากถังพักน้ำให้หมด คลอรีนจะฆ่าเชื้อโรคภายในถัง จากนั้นจึงใส่น้ำประปาที่สะอาดลงไป จะทำให้น้ำประปาที่นำไปใช้ในอาคารเป็นน้ำที่มีคุณภาพดี สะอาด ปราศจากเชื้อโรค
Cr. decor.mthai.com
ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

เทคนิคเลือกทำเลบ้านเพื่อเลี่ยงน้ำท่วม


ปัญหาอุทกภัยไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร ก็สร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสแก่ผู้คนและอาคารบ้านเรือน ทำให้บ้านถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการพิจารณาเลือก “ทำเล” ซึ่งเป็นปัจจัยแรกๆ ของการพิจารณาเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว ยิ่งต้องเพิ่มความสำคัญในการพิจารณาปัจจัยด้านนี้ให้ละเอียดมากขึ้นอีก โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “ทำเลนี้น้ำท่วมหรือเปล่า”
การเลือกทำเลที่อยู่อาศัยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาดังนี้
*การเดินทาง หมายถึง ถนน ทางด่วน ทางลัด เส้นทางรถไฟฟ้า บริการด้านการขนส่ง 
*สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ อาทิ น้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ รวมไปถึงสถานบริการ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ เป็นต้น
*แนวเวนคืนที่ดิน คือการตรวจสอบแนวเส้นทางโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของรัฐ เช่น ถนน ทางด่วน สะพาน ฯลฯ
*ผังเมือง หมายถึง ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินจากรัฐ ซึ่งระบุพื้นที่เป็นสีต่างๆ เช่น สีแดง กำหนดเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม, สีม่วงเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม, สีเหลืองเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ฯลฯ 
*ลักษณะพื้นที่ หมายถึง ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ เช่น ที่ลุ่มต่ำหรือที่สูง
หากวัตถุประสงค์ในการเลือกทำเลคือการเลี่ยงน้ำท่วม ประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่  การพิจารณาผังเมือง ซึ่งทำเลที่อยู่อาศัยควรสอดคล้องกับข้อกำหนดผังเมือง เช่น ถ้าต้องการปลูกสร้างบ้านที่อยู่อาศัยควรเลือกทำเลในเขตสีเหลือง เพราะหากไปปลูกบ้านในพื้นที่สีม่วง แม้จะไม่มีข้อห้าม แต่วันดีคืนดีอาจมีโรงงานโผล่มาใกล้บ้านๆ ก็ได้
หรือการปลูกสร้างบ้านไม่ควรไปอยู่ในพื้นที่เขียวลาย หรือพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม  เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้มักเป็นที่ลุ่มหรือทางผ่านของน้ำ มีโอกาสสูงที่จะถูกน้ำท่วม
ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องดูลักษณะทางกายภาพของพื้นที่และแปลงที่ดิน เช่น ไม่เป็นที่ลุ่มต่ำ หรือต่ำกว่าระดับถนน เพราะจะมีโอกาสถูกน้ำท่วมขังได้ง่าย โดยทั่วไปแปลงที่ดินที่จะปลูกสร้างบ้านมักถมสูงกว่าถนนประมาณ 30 เซนติเมตร แต่จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ความสูงระดับนี้อาจไม่เพียงพอแล้วก็ได้

นอกจากประเด็นที่พิจารณาเพื่อเลี่ยงน้ำท่วมแล้ว อีกสิ่งที่ต้องพิจารณาคือที่ดินอยู่ในแนวเวนคืนของราชการหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้สามารถตรวจสอบกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง เช่น สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร, กรมทางหลวงชนบท, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นต้น
นอกจากนี้ทำเลที่เหมาะสมต้องสามารถเดินทางได้สะดวก เช่น มีถนนหลายสาย มีทางด่วนหรือทางลัดที่จะเป็นทางเลือกในการเดินทาง มีบริการด้านการขนส่งเพียงพอ เช่น รถเมล์ รถตู้ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  เป็นต้น รวมถึงมีบริการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการครบถ้วน มีศักยภาพและแนวโน้มเจริญเติบโตสูง เพราะนั่นหมายความว่าผลดีจะตกแก่ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ของเราด้วย

ไหนๆ จะเลือกลงปลักปักฐานแล้วก็เลือกทำเลดีๆ ไปเลยจะดีกว่า
Cr.home.co.th
ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com


ปัญหา น้ำประปา เรื่องหนักอกของคนอยู่บ้าน คุณภาพน้ำไม่ดีแก้ไขยังไง






หลายบ้านคงเคยประสบกับปัญหาคุณภาพน้ำกันใช่ไหมคะ กรณีที่คุณภาพน้ำไม่ได้มาตรฐานเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ  มีวิธีแก้ไข และสาเหตุที่ทำให้ น้ำประปา มีคุณภาพไม่ดีมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ว่าแล้วเราไปดูสาเหตุ และวิธีแก้กันเลยค่ะ

ท่อประปา : ท่อประปาเก่าเป็นสนิม ท่อเหล็กอาบสังกะสีที่ใช้งานเป็นเวลานานเกินกว่า 5 ปี อาจเป็นสนิม ทำให้น้ำประปามีคราบแดง เนื่องจากตะกอน สนิมปะปนอยู่ ดังนั้น หากพบว่าท่อเก่าเป็นสนิมควรรีบเปลี่ยนใหม่ ทันที
ท่อ อุปกรณ์ประปาแตกรั่ว : หากพบว่ามีการรั่วไหลเกิดขึ้นทั้งที่เกิดขึ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ จากถังชักโครกหรือถังเก็บน้ำที่ลูกลอยชำรุด ทำให้น้ำไหลทิ้ง อยู่ตลอดเวลา ไปจนถึงการรั่วไหลมากอันเกิดจากท่อแตกรั่ว ใต้ดินที่มองไม่เห็น ควรรีบซ่อมแซมอุปกรณ์เหล่านั้นให้อยู่ ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ เพราะท่อและ อุปกรณ์ที่รั่วทำให้น้ำสูญเสียไปมาก และอาจเป็นเหตุให้สิ่งสกปรกเข้าไป ในเส้นท่อได้หากท่านใช้ เครื่องสูบน้ำ
เครื่องสูบน้ำ : การติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สูบโดยตรงจากเส้นท่ออาจดูดสิ่ง สกปรกจากบริเวณใกล้เคียง เช่น น้ำขุ่นจากท่อแตกรั่ว หรือน้ำแดงจาก ท่อสนิม เข้ามาในระบบท่อประปาในอาคารได้ ดังนั้นควรติดตั้งถังพักน้ำ เพื่อสำรอง น้ำไว้ก่อน แล้วจึงสูบจากถังพักน้ำนั้นจ่ายไปยังท่อประปา ภายในอาคาร จะได้น้ำที่สะอาดปลอดภัย
เครื่องกรองน้ำ : เครื่องกรองน้ำที่ใช้งานมานานโดยไม่ล้างหรือเปลี่ยนไส้กรอง อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ ควรทำความสะอาด เครื่องกรองน้ำอยู่เสมอ โดยข้อเท็จจริงเครื่องกรองน้ำไม่ใช่สิ่งจำเป็น สำหรับการใช้น้ำประปา
ถังพักน้ำ ถังเก็บน้ำ : ควรล้างทำความสะอาดอย่างน้อยทุก 6 เดือน หากไม่มี การล้างถังพักน้ำถังเก็บน้ำเลย สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เล็ดรอดเข้าไป จะเจริญเติบโตเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้น้ำประปาปนเปื้อนสิ่ง สกปรกโดยไม่รู้ตัว ถังพักน้ำมักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำ ไม่ได้มาตรฐาน
ถ้าบ้านเพื่อนๆ กำลังพบปัญหาน้ำคุณภาพไม่ดี มีลักษณะดังที่อ่านไป ก็ลองแก้ไขด้วยวิธีข้างต้นกันดูนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : การประปา
Cr.decor.mthai.com
ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

เรื่องน่ารู้เพื่อบ้านเย็น การเลือกหลังคา





การเรื่องน่ารู้เพื่อบ้านเย็น ตอนการเลือกหลังคา สำหรับสภาพอากาศเมืองไทยเราที่ร้อนขึ้นทุกวันๆ คงมีหลายคนที่ต้องการปรับปรุงบ้านหรือหาแนวทางก่อสร้างบ้านเพื่อให้บ้านของตัวเองอยู่สบาย ไม่ร้อนแข่งกับอากาศภายนอก มีคำแนะนำเพื่อบ้านเย็นและอยู่สบายมาฝาก โดยก่อนอื่นเลย เราต้องคำนึงถึงหลังคาซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสแดดมากที่ของบ้าน ดังนั้นเพื่อบ้านเย็นเราควรพิจารณาดังนี้


1. การเลือกรูปทรงหลังคา ก่อนอื่นเราจะแนะนำรูปทรงหลังคาที่เป็นที่นิยมก่อสร้างกันก่อน 1. หลังคาทรงหมาแหงนหรือเพิงแหงน 2. หลังคาทรงจั่ว 3.หลังคาทรงปั้นหยา 4.หลังคาเรียบ(Flat Slap) 5. หลังคาทรงกึ่งจั่วกึ่งปั้นหยา ซึ่งหลังคาทุกแบบที่ยกตัวอย่างมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วหากจะพิจารณารูปทรงหลังคาที่มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทยและมีการระบายอากาศที่ดีช่วยให้บ้านเย็น นั้นก็คือ หลังคาทรงจั่ว




2. สีของหลังคา อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าวัสดุมุงหลังคามีสีสันให้เลือกมากมายตามความต้องการ แต่ทราบไหมว่าสีของหลังคามีผลต่อการดูดซึมความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน โดยหลังคาสีขาว สามารถสะท้อนความร้อนได้ถึง 95% และดูดซับความร้อนไว้เพียง 5% ในขนาดที่หลังคาสีเทาจะสะท้อนความร้อน 50% และดูดซับความร้อนไว้ 50% ส่วนหลังคาสีดำ จะสะท้อนความร้อนออกไปเพียง 5% และดูดความร้อนไว้ถึง 95% ทราบอย่างนี้แล้วก็อย่างลืมเลือกหลังคาที่อ่อนเพื่อบ้านเย็น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องให้เหมาะกับบ้านด้วย


3. วัสดุมุงหลังคา การเลือกวัสดุมุงหลังคานอกจะเลือกให้มีความเหมาะกับรูปร่างบ้านและความสวยงามแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นจะต้องคำนึงถึงคือการสะท้อนความ เพราะหลังคาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่สัมผัสกับแสงแดดมากที่สุดการเลือกวัสดุมุงหลังคาจึงมีความสำคัญ เช่น กระเบื้องมุงหลังคาเซรามิกที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนแทนการใช้กระเบื้องมุงหลังคาแบบธรรมดา เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกวัสดุมุงก็ขึ้นอยู่กับรูปทรงหลังคาและพื้นที่ใช้สอยด้วยเช่นกัน


4. การระบายความร้อนใต้หลังคา นอกจากรูปทรงของหลังคา สี และวัสดุมุงแล้ว การคำนึงถึงช่องระบายอากาศใต้หลังคาก็มีผลช่วยให้อากาศถ่ายเทความร้อน ส่งผลให้บ้านเย็นขึ้น ซึ่งเพิ่มช่องระบายอากาศนั้นขึ้นอยู่กับรูปทรงของหลังคาด้วย เช่น หลังคาทรงจั่วสามารถเพิ่มเป็นเกล็ดระบายอากาศทางด้านหน้าจั่วได้เลย หรือทรงหมาแหงนก็สามารถเพิ่มช่องระบายอากาศได้ง่าย เป็นต้น


5. การเพิ่มฉนวนใต้หลังคา นอกจากทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาแล้วการเพิ่มฉนวนกันความร้อนนับว่าเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผล โดยการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนใต้โครงหลังคา หรือการพ้นฉนวนกันความร้อนแบบโฟมที่หลังคา เป็นต้น ซึ่งการเพิ่มฉนวนกันความร้อนนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับในปัจจุบันไปแล้วแต่ทั้งนี้การเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนต้องมีความเหมาะสมกับรูปทรงของหลังคาเพื่อประโยชน์สูงสุดของบ้าน


Cr..inside2home.com

ช่องทางการติดต่อ
ก.การช่างทีม คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
ก.การช่าง รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
www.kor-karnchang.com
Phone: 0979692624 , 0955419777, 0954956444
Email: cs@kor-karnchang.com