วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ได้แบบบ้านสำเร็จรูปมาจากเว็บไซต์ หรือโหลด PDF มา ต้องทำอย่างไรต่อ ใช้ก่อสร้างเลยได้ไหม
ได้แบบบ้านสำเร็จรูปมาจากเว็บไซต์ หรือโหลด PDF มา ต้องทำอย่างไรต่อ ใช้ก่อสร้างเลยได้ไหม
ทุกวันนี้ หากอยากจะสร้างบ้านสักหลังแล้วต้องการแบบบ้านที่ตรงใจ อาจเป็นการเข้าอินเตอร์เน็ทและถามหาจาก Google ผู้รอบรู้ ผลคือแบบบ้านหน้าตาสวยงามปรากฏขึ้นมามากมาย หลังจากการกดเซฟภาพและแปลนบ้านแบบรัวๆ หลายคนเกิดคำถามว่า… แล้วไงต่อ
อันดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่า การก่อสร้างบ้านหรืออาคารสักหลัง ต้องการอะไรบ้าง…?
1. บ้านหรืออาคารทุกหลัง ต้องมีสถาปนิกและวิศวกรมาเซ็นต์แบบสถาปัตยกรรม และแบบโครงสร้าง
เป็นข้อกฎหมายที่กำหนดไว้เพื่อให้บ้านหรืออาคารมีความแข็งแรง เหมาะสม ไม่ผิดต่อกฎหมายอาคารที่มีกำหนดเรื่องระยะต่างๆของบ้าน รวมถึงความงาม การใช้งานที่ดี สถาปนิก มีหน้าที่ออกแบบ เขียนแบบให้บ้านนั้นสมบูรณ์ เหมือนเพื่อนช่วยคิด ช่วยแก้ปัญหาเรื่องบ้าน
2. แบบที่โหลดหรือเซฟมา เอามาเป็นเพียงแรงบันดาลใจ หรือไอเดียพอ !
แน่นอนว่าที่ดินของเรา กับแบบที่เราโหลดมา ต้องไม่เหมาะกัน อาจลงในที่ดินเราไม่ได้ เหมือนการตัดเสื้อผ้า แต่ละคนมีไซ้ส์ของตัวเอง จะเอาเสื้อคนอื่นมาใส่ ก็ไม่พอดีตัว ไม่สบายตัว
3. การสร้างบ้านคือความจริง มีปัญหาหน้างานรอเราอยู่
อย่าคิดว่าการมีแบบพร้อมสร้าง ก็ความสำเร็จแล้ว เพราะต่อไปคือความจริง ที่จะมีปัญหาหรือข้อจำกัดหน้างานที่เราต้องเจอ การมีสถาปนิกคู่ใจจึงเป็นสิ่งจำเป็น เขาเหล่านี้จะใช้ประสบการณ์ช่วยแก้ไขหน้างานให้เราอย่างมืออาชีพ
4. จะสร้างบ้านทั้งที เราอยากมีบ้านที่หน้าตาเหมือนข้างบ้านหรือ?
แน่นอนว่าแบบแจกฟรี มักมีความธรรมดาและเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องชอบ หรือเรียกได้ว่าไม่มีความเฉพาะตัว เราสามารถเอารูปแบบมาคร่าวๆได้ ชอบตรงไหนก็ดึงมา แค่สิ่งที่จะทำให้บ้านของคุณมีหลังเดียวในโลกได้ คือการใส่ไอเดีย ใส่ความเป็นตัวคุณเข้าไปนั่นเอง
5. ราคาที่ประเมินในแบบ คือการประเมินจริงๆ
เพราะราคาที่จะใช้จริงๆ คือราคาที่ได้จากการประเมินจากผู้รับเหมาที่เราเรียกมาตีราคา ราคาที่เห็นในแบบแจกนั้น คือการประมาณคร่าวๆจากพื้นที่ของบ้าน คูณกับราคาค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรเท่านั้น
6. แบบบ้านแจกฟรี ไม่ใช่สิ่งไม่ดี แต่เป็นสิ่งต้องนำมาคิดต่อ ให้เป็นบ้านของเราเอง
แบบบ้านที่เราได้มา เอามาเป็นแนวทางสำหรับการเริ่มต้นได้ เป็นการประหยัดเวลาที่จะต้องควานหาความต้องการตอนเริ่มต้น แต่สำคัญกว่านั้นคือการปรับให้เข้ากับตัวเรา ครอบครัวเรา โดยสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้บ้านที่น่าอยู่ และเหมาะสมที่สุดครับ
ภาพประกอบจาก pinterest.com
cr: dsignsomething.com
ช่องทางการติดต่อ
เคพี โฮมบิวเดอร์ คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
เคพี โฮมบิวเดอร์ รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
Phone: 📱0979692624 📱095-495-6444 📱099-141-9624
เค พี โฮม บิวเดอร์ รับออกแบบ รับสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ 🏗 🏠 🏢
เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.00 น. - 17.00น.
"เราต้องการให้คนไทยมีบ้านคุณภาพในราคาที่ไม่แพง เสร็จตามเวลา"
#รับเหมาก่อสร้าง #ก่อสร้าง #งานก่อสร้าง #ช่างก่อสร้าง #สร้างบ้าน#บริษัทรับสร้างบ้านคุณภาพ #แบบบ้านสวย #สร้างบ้านตามความคิดคุณ#เคพีโฮมบิวเดอร์ #kphomebuilder #กการช่าง #kpassetdeveloper
เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.00 น. - 17.00น.
"เราต้องการให้คนไทยมีบ้านคุณภาพในราคาที่ไม่แพง เสร็จตามเวลา"
#รับเหมาก่อสร้าง #ก่อสร้าง #งานก่อสร้าง #ช่างก่อสร้าง #สร้างบ้าน#บริษัทรับสร้างบ้านคุณภาพ #แบบบ้านสวย #สร้างบ้านตามความคิดคุณ#เคพีโฮมบิวเดอร์ #kphomebuilder #กการช่าง #kpassetdeveloper
วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
รื้อบ้านเก่าสร้างบ้านใหม่ ทำอย่างไรกับโครงสร้างใต้ดินเดิม
รื้อบ้านเก่าสร้างบ้านใหม่ ทำอย่างไรกับโครงสร้างใต้ดินเดิม
การสร้างบ้านหลังใหม่ในที่ดินที่มีโครงสร้างบ้านเดิมอยู่
จำเป็นต้องรื้อถอนโครงสร้างใต้ดิน หรือปล่อยทิ้งไว้ได้
และจะมีผลกระทบต่อการก่อสร้างบ้านหลังใหม่อย่างไร
หลายท่านที่มีบ้านเก่าหรือซื้อที่ดินพร้อมบ้านเก่ามา แล้วต้องการรื้อถอนเพื่อสร้างบ้านใหม่ อาจกังวลเรื่องผลกระทบต่อโครงสร้าง รูปแบบบ้าน และการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นหากไม่ได้ทำการรื้อถอนโครงสร้างใต้ดินเดิม ไม่ว่าจะเป็นฐานรากหรือเสาเข็ม ซึ่งการพิจารณารื้อถอนรวมถึงการแก้ปัญหาที่หน้างานนั้น จะขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงสร้างใต้ดินเดิมและโครงสร้างบ้านหลังใหม่ หากแต่เราควรคำนึงเรื่องการอยู่อาศัยในบ้านหลังใหม่เป็นสำคัญ
ขั้นตอนในการรื้อถอนบ้านจะเริ่มจากการรื้อถอนชิ้นส่วนเล็กๆ ที่สามารถถอดออกมาได้ง่ายก่อน เช่น ประตู หน้าต่าง วงกบ เหล็กดัด ดวงโคม รวมทั้งชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ยังใช้ได้และมีมูลค่า ชิ้นส่วนต่างๆ ที่รื้อออกมาในขั้นตอนนี้สามารถนำไปใช้ซ้ำ หรือขายต่อได้ ขั้นตอนถัดมาจะเป็นการรื้อถอนหลังคา ผนัง และโครงสร้าง ตามลำดับ โดยหลังจากรื้อถอนส่วนของอาคารเหนือพื้นดินหมดแล้วและนำขยะก่อสร้างไปทิ้งเรียบร้อย ก็จะเป็นส่วนของโครงสร้างใต้ดินซึ่งประกอบด้วยฐานราก และอาจจะมีเสาเข็มในกรณีเป็นดินอ่อน เช่น ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เสาเข็มนั้นมีทั้งแบบเข็มสั้น และเข็มยาว เสาเข็มสั้นมีความยาวตั้งแต่ 1-6 เมตร ส่วนเสาเข็มยาวจะมีความยาวลึกมากกว่า 6 เมตรเพื่อให้ถึงชั้นดินแข็ง โดยเสาเข็มจะลงลึกประมาณ 17-23 เมตรสำหรับบ้านพักอาศัย และอาจจะลึกถึง 52 เมตรสำหรับอาคารขนาดใหญ่
ขั้นตอนในการรื้อถอนบ้านจะเริ่มจากการรื้อถอนชิ้นส่วนเล็กๆ ที่สามารถถอดออกมาได้ง่ายก่อน เช่น ประตู หน้าต่าง วงกบ เหล็กดัด ดวงโคม รวมทั้งชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ยังใช้ได้และมีมูลค่า ชิ้นส่วนต่างๆ ที่รื้อออกมาในขั้นตอนนี้สามารถนำไปใช้ซ้ำ หรือขายต่อได้ ขั้นตอนถัดมาจะเป็นการรื้อถอนหลังคา ผนัง และโครงสร้าง ตามลำดับ โดยหลังจากรื้อถอนส่วนของอาคารเหนือพื้นดินหมดแล้วและนำขยะก่อสร้างไปทิ้งเรียบร้อย ก็จะเป็นส่วนของโครงสร้างใต้ดินซึ่งประกอบด้วยฐานราก และอาจจะมีเสาเข็มในกรณีเป็นดินอ่อน เช่น ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เสาเข็มนั้นมีทั้งแบบเข็มสั้น และเข็มยาว เสาเข็มสั้นมีความยาวตั้งแต่ 1-6 เมตร ส่วนเสาเข็มยาวจะมีความยาวลึกมากกว่า 6 เมตรเพื่อให้ถึงชั้นดินแข็ง โดยเสาเข็มจะลงลึกประมาณ 17-23 เมตรสำหรับบ้านพักอาศัย และอาจจะลึกถึง 52 เมตรสำหรับอาคารขนาดใหญ่
ในการรื้อถอนส่วนโครงสร้างใต้ดินนั้นผู้รับเหมาจะทำการขุดเปิดหน้าดินและรื้อฐานรากออก ส่วนการรื้อถอนเสาเข็มที่อยู่ในดินลึกลงไปนั้นจะทำได้ยากจึงมักจะปล่อยไว้ นอกจากจะเป็นเสาเข็มสั้นที่พอที่จะสามารถขุดขึ้นมาได้เท่านั้น
ภาพ: ฐานราก ส่วนโครงสร้างใต้ดิน
ถึงแม้ว่าเสาเข็มจะไม่สามารถรื้อถอนได้ แต่การสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกแบบบ้านสำเร็จรูปมาก่อสร้าง หรือใช้บริการออกแบบโดยสถาปนิก จึงควรให้แบบบ้านเป็นไปตามที่เราต้องการมากที่สุด โดยไม่ต้องสนใจเรื่องตำแหน่งเสาเข็มเดิม เพราะเมื่อถึงขั้นตอนการก่อสร้างบ้านใหม่ ซึ่งจะมีการสำรวจและปักหมุดตำแหน่งที่จะทำการลงเสาเข็มและทำฐานรากอยู่แล้ว หากตำแหน่งใดไม่สามารถลงเสาเข็มใหม่ได้เนื่องจากติดเสาเข็มเดิม หรือใกล้กับเสาเข็มเดิมเป็นระยะน้อยกว่า 3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็มใหม่ วิศวกรโครงสร้างจะทำหน้าที่ปรับแบบฐานรากและเสาเข็มชุดใหม่ให้หลบเสาเข็มเดิม โดยไม่กระทบต่อแบบบ้านในส่วนอื่นแต่อย่างใด (อาจใช้เวลาหรือมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มเติมบ้าง) ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะไม่เกิดขึ้นเลย หรือเกิดเพียงบางตำแหน่งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ตำแหน่งเสาเข็มหรือฐานรากใหม่ตรงกับตำแหน่งเสาเข็มหรือฐานรากเดิมพอดี ก็ไม่ควรที่จะใช้ฐานรากหรือเสาเข็มเดิมในการรับน้ำหนักบ้านใหม่ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าฐานรากหรือเสาเข็มเก่าออกแบบการรับน้ำหนักไว้เท่าไร จึงควรรื้อถอนฐานรากเดิม และให้วิศวกรออกแบบฐานรากใหม่ให้หลบตำแหน่งเสาเข็มเดิม
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ตำแหน่งเสาเข็มหรือฐานรากใหม่ตรงกับตำแหน่งเสาเข็มหรือฐานรากเดิมพอดี ก็ไม่ควรที่จะใช้ฐานรากหรือเสาเข็มเดิมในการรับน้ำหนักบ้านใหม่ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าฐานรากหรือเสาเข็มเก่าออกแบบการรับน้ำหนักไว้เท่าไร จึงควรรื้อถอนฐานรากเดิม และให้วิศวกรออกแบบฐานรากใหม่ให้หลบตำแหน่งเสาเข็มเดิม
โดยสรุปแล้ว การออกแบบสร้างบ้านใหม่เองเจ้าของบ้านไม่จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงตำแหน่งเสาเข็มเดิม เนื่องจากเป็นเรื่องที่สามารถแก้ปัญหาด้วยการออกแบบฐานรากใหม่ได้โดยไม่กระทบถึงความสวยงามหรือประโยชน์ใช้สอยใดๆ ของบ้าน ทั้งนี้การออกแบบฐานรากใหม่ควรที่จะปรึกษาวิศวกรโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น
ชวนนท์ โฆษกิจจาเลิศ
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การศึกษา: สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
cr: scgbuildingmaterials.com
ช่องทางการติดต่อ
เคพี โฮมบิวเดอร์ คู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาในทุกคำถามเรื่องบ้าน
เคพี โฮมบิวเดอร์ รับสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และจัดดูแลสวน เชียงใหม่
Phone: 📱0979692624 📱095-495-6444 📱099-141-9624
เค พี โฮม บิวเดอร์ รับออกแบบ รับสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ 🏗 🏠 🏢
เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.00 น. - 17.00น.
"เราต้องการให้คนไทยมีบ้านคุณภาพในราคาที่ไม่แพง เสร็จตามเวลา"
#รับเหมาก่อสร้าง #ก่อสร้าง #งานก่อสร้าง #ช่างก่อสร้าง #สร้างบ้าน#บริษัทรับสร้างบ้านคุณภาพ #แบบบ้านสวย #สร้างบ้านตามความคิดคุณ#เคพีโฮมบิวเดอร์ #kphomebuilder #กการช่าง #kpassetdeveloper
เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.00 น. - 17.00น.
"เราต้องการให้คนไทยมีบ้านคุณภาพในราคาที่ไม่แพง เสร็จตามเวลา"
#รับเหมาก่อสร้าง #ก่อสร้าง #งานก่อสร้าง #ช่างก่อสร้าง #สร้างบ้าน#บริษัทรับสร้างบ้านคุณภาพ #แบบบ้านสวย #สร้างบ้านตามความคิดคุณ#เคพีโฮมบิวเดอร์ #kphomebuilder #กการช่าง #kpassetdeveloper
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








ก่อนจะลงมือปลูกต้นได้ชนิดใดก็ตาม ควรศึกษาและสำรวจพื้นที่ในบ้านของคุณก่อนนะครับ ว่ามีลักษณะอย่างไร จะได้เลือกชนิดต้นไม้ให้ตรงกับลักษณะการใช้งานได้
ปลูกตรงไหนดี ? ก่อนอื่นเลยควรเลือกพื้นที่ว่างในบ้านของคุณที่จะปลูก ก่อนจะดูว่าจะปลูกต้นไม้อะไรให้เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่นั้นดี เช่น เลือกปลูกตรงที่ริมทางเดินประดับสวยๆ ไม่ได้เน้นร่มเงา ก็ให้เลือกต้นไม้ที่มีรูปฟอร์มสวยงามแปลกตา มีดอกสีสดใส อย่างต้นชงโค , เลือกปลูกแถวที่นั่งเล่นในสวน อาจมีศาลาเล็กๆภายในบ้าน ต้องการไม้ที่ให้ร่มเงา สามารถพิงกิ่งก้านเข้ามาที่หลังคาศาลาหรือใกล้ชิดกับตัวเราได้ ก็เลือกปลูกจำปี ที่มีดอกสวยงามพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆพริ้วลอยมาตามลมเมื่อได้อยู่ใกล้ หรือบ้านของใครที่ติดพื้นที่ริมน้ำ อยากเลือกปลูกแถวริมตลิ่งหรือชานพักท่าน้ำ ก็ควรมองหาต้นไม้ที่รูปทรงอ่อนโน้มตัวลงสู่พื้น สร้างมุมที่ต้นไม้แผ่กิ่งกานโน้มตัวลงสู่ผิวน้ำอย่างสวยงาม และสามารถขึ้นบริเวณริมน้ำได้ อย่าง ไทรย้อย เป็นต้น
ทิศตะวันตก จะมีแดดลงจัดตลอดช่วงบ่าย จึงต้องปลูกต้นไม้ที่ให้ร่มเงากับตัวบ้าน ลดความร้อนที่ผนัง ช่วยประหยัดพลังงานเครื่องใช้ไฟฟ้าในการทำความเย็นของบ้านเราได้อย่างต้นคูน ประดู่อินเดีย แต่หากพื้นที่เหลืออยู่น้อยเกินกว่าจะปลูกต้นไม้ใหญ่ เราแนะนำให้ใช้ใช้พันธุ์ไม้เลื้อยเกาะผนังแทน พวกต้นตีนตุ๊กแก ก็จะช่วยดูดซับความร้อนไว้ให้ในระดับนึงและยังเป็นส่วนตกแต่งเพิ่มสีสันความเป็นธรรมชาติให้กับผนังบ้านเราได้เป็นอย่างดีครับ
ทิศเหนือ แสงแดดเข้าน้อย ไม่ควรปลูกไม้ใหญ่ เลือกพันธุ์ไม้ขนาดกลางที่อยู่ในพื้นที่ร่มได้ ชื่นชอบแสงแดดแค่รำไรๆจะเหมาะสมกว่า เช่น ต้นเขียวหมื่นปีก็ช่วยให้บ้านร่มรื่นได้ หากยังมีพื้นที่แนะนำให้ปลูกพืชคลุมดินแทน เพื่อเก็บความชุ่มชื้นบริเวณรอบบ้านเอาไว้ เพิ่มความรู้สึกร่มรื่นแก่ผู้ที่มาเยือน ลองมองหาพืชพวกพลูเลื้อยพันธุ์ต่างๆ หรือต้นเฟิร์น
ทิศใต้ มีปัญหาตรงกันข้ามกับทิศเหนือเลยครับ เพราะเป็นทิศที่รับแสงแดดเข้าตลอดวัน นานเกือบตลอดปี จากทิศทางการเคลื่อนที่จากตะวันออกไปตะวันตกแบบอ้อมใต้เป็นเวลานานควรเลือกปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา มีใบทึบข้างบน และโปร่งด้านล่าง เพื่อให้ลมพัดผ่านเข้าบ้านได้อย่างต้นมะขาม สารภี หรือถ้าคุณอยากได้ต้นที่ออกดอกสวยงามให้ด้วยก็ต้องเป็นกัลปพฤกษ์ หรือเหลืองอินเดีย
ในช่วงระยะเวลา 1 ปีนั้น ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกโดยอ้อมบ้านของเราเยื้องลงทางทิศใต้เล็กน้อยเป็นเวลานานถึง 9 เดือน เราจึงควรปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาทางทิศใต้เรื่อยไปจนถึงทิศตะวันตก เพื่อให้ต้นไม้ช่วยบังแสงแดดที่ส่องโดนผนังบ้านหรือที่ส่องผ่านเข้าช่องเปิดหน้าต่าง เข้ามาถึงภายในตัวบ้าน ต้นไม้จะช่วยบรรเทาอุณหภูมิความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้เป็นอย่างดีไม่ใช่แค่ในช่วงกลางวัน แต่จะมีผลต่อเนื่องไปตลอดทั้งวันเลยทีเดียว
และหากในบริเวณบ้านของคุณมีต้นไม้ใหญ่ตั้งอยู่เดิมแล้ว ก็หันมาปลูกต้นไม้คลุมดินขนาดเล็ก หรือปลุกสนามหญ้าแทรกเข้าไป เพื่อช่วยลดความร้อนสะสมและการสะท้อนแสงของพื้นที่โดยรอบได้ เพราะพวกพื้นที่เป็นคอนกรีตจะอมความร้อนเอาไว้บางส่วน พร้อมสะท้อนรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์เข้าบ้านของเราทำให้บรรยากาศรอบๆบ้านอบอ้าว การปลูกพืชคลุมดินหรือทำสนามหญ้าจึงช่วยเซฟอุณหภูมิรอบๆบ้านของคุณเอาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
– ขนาดพื้นที่กว้างพอกับต้นไม้หรือเปล่า ? ถ้าบ้านของคุณยังเหลือพื้นที่กว้างขวางก็คงจะไม่เป็นปัญหาในการเลือกปลูกต้นไม้ แต่สำหรับคุณผู้อ่านที่เหลือพื้นที่อยู่ค่อนข้างจำกัด แนะนำว่าควรเลือกต้นไม้ทีใช้พื้นที่ในการเติบโตน้อย ป้องกันต้นไม้ไม่ให้ไปเบียดเบียนกับพื้นที่ของบ้านมากเกินไป มองหาพรรณไม้ทรงพุุ่มเล็กๆ ที่เข้ากับพื้นที่เล็กๆได้ดี เช่น ชงโค เศรษฐีเรือนใน ส่วนใครที่ยังมีพื้นที่ในบ้านเหลืออยู่อย่างกว้างขวาง ก็สามารถลงไม้ใหญ่ได้อย่างหายห่วง อย่างพวกลั่นทม หูกระจงครับ
ขั้นตอนต่อไป การเลือกชนิดพันธุ์ของต้นไม้ที่จะนำมาปลูกกันนะครับ เราอาจแบ่งประเภทได้ดังต่อไปนี้
-ต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่กว้าง ๆ เน้นการให้ร่มเงาได้แก่บริเวณบ้านได้ เช่น ต้นตาล หูกระจง หูกวางครับ
-ต้นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่เล็กลงมาหน่อย มีข้อจำกัดทางพื้นที่ จึงไม่ควรเลือกที่มีขนาดทรงพุ่มไม่ใหญ่เกินไป เน้นไปที่ต้นไม้ยืนต้นขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น ต้นชงโค โพแดง เสลา
-ต้นไม้ไม่ผลัดใบ มีข้อดีคือทำให้เราไม่ต้องตามเก็บกวาดใบไม้ตลอดเวลาครับ จะรักษาสภาพสีเขียวสวยงามเอาไว้ตลอดทั้งปี ดูแลรักษาง่าย จะเป็นพันธุ์ไม้พวกปาล์มชนิดต่างๆ โสกน้ำ มะฮอกกานี หรือต้นตีนเป็ดน้ำก็สามารถปลูกได้ครับ
-ต้นไม้ให้ดอกมีกลิ่นหอมและสีสันสวยงาม เริ่มที่ต้นไม้ที่ให้กลิ่นหอม จะช่วยสร้างสุนทรีย์ทางประสามการดมกลิ่นของเราและแขกผู้มาเยี่ยมเยือนบ้านได้เป็นอย่างดี เลือกแบบหอมกลิ่นอ่อน ๆ ปลูกไว้ใกล้บ้านหรือพื้นที่ในสวนของเรา เช่นพวก จำปี จำปา ปีป ส่วนพวกที่ให้ดอกสีสันสดใส มักเป็นพืชออกดอกตามฤดูกาลครับ สามารถเลือกลงปลูกได้ทั้งพวกชงโค โสกน้ำ กัลปพฤกษ์นั่นเอง
ระยะห่างในการปลูกต้นไม้ที่เหมาะสม
เราจะคำนวณจากระยะห่างจากขนาดการเจริญเติบโตของทรงพุ่มไม้ตอนโตขึ้นเต็มที่ให้ชนกันพอดีสวยงาม เช่น ต้นไม้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่มทั้งหมดประมาณ 4-6 เมตร ก็ต้องปลูกให้มีระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางต้นหนึ่งถึงอีกต้นหนึ่ง 4-5 เมตรนั่นเอง
ต้นไม้บริเวณริมรั้วควรมีระยะห่างจากแนวรั้วออกมาประมาณ 2 เมตร เพราะการปลูกชิดรั้วมากเกินไป รากของต้นไม้อาจเข้าไปดันฐานรั้วหรือเสารั้วจนเสียหายได้ รวมทั้งต้องระมัดระวังกิ่งก้านต้นไม้ที่อาจที่ยื่นออกไปนอกรั้วเพื่อนบ้าน หรือจะเป็นการเปิดโอกาสให้ขโมยที่ผ่านไปมาใช้กิ้งไม้ปีนเข้ามาขโมยของในบ้านของเราได้ครับ
การปลูกบังแดดให้ตัวบ้านควรมีระยะห่างออกมาประมาณ 5 เมตร หรือน้อยกว่านั้นได้หากเป็นต้นที่มีขนาดเล็กลงมา เพราะถ้าคุณปลูกต้นไม้ชิดกับตัวบ้านมากเกินไป จะทำให้ลำต้นเอนเอียงจากตัวบ้านเพื่อหาแสงแดด รวมทั้งกิ่งก้านของมันอาจจะสร้างความเสียหายแก่รางน้ำ และหลังคาบ้านของเราได้ครับ
IG: kp_home_builder
FB: kphomebuilder
www.kp-homebuilder.com
เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.00 น. - 17.00น.
"เราต้องการให้คนไทยมีบ้านคุณภาพในราคาที่ไม่แพง เสร็จตามเวลา"
#รับเหมาก่อสร้าง #ก่อสร้าง #งานก่อสร้าง #ช่างก่อสร้าง #สร้างบ้าน#บริษัทรับสร้างบ้านคุณภาพ #แบบบ้านสวย #สร้างบ้านตามความคิดคุณ#เคพีโฮมบิวเดอร์ #kphomebuilder #กการช่าง #kpassetdeveloper